ไดอารี่คนเชยๆ's profileเปลี่ยนไปเรื่อย [999 รอ...PhotosBlogLists Tools Help

Blog


    February 27

    [162] แย่หน่อย

     








    แย่หน่อย. . . เมื่อคืนได้พี่สาวไปดูหนังผีแทนหนังรัก
    แย่หน่อย. . . ที่ตื่นสายไป  เลยไปงานรับปริญญาของแม่ไม่ทัน
    แย่หน่อย. . . มีพี่ลิลี่โทรมาปลุกเรื่องทุน ม.รังสิตกะม.กรุงเทพตอนกำลังฝันเพลินว่าได้เป็นเด็กนิเทศ จุฬา
    แย่หน่อย. . . มีคนยิงมาแต่ไม่มีเงินโทรกลับ
    แย่หน่อย. . . มีของทอด 2 อย่างเป็นกับข้าวของวันนี้  แต่ดันกินได้อย่างเดียว เพราะอีกอย่างเป็น “เนื้อทอด”
    แย่หน่อย. . . ที่โหลดเกมส์ฟาร์มมาเล่นแต่การ์ดหน้าจอไม่ผ่าน เล่นไม่ได้
    แย่หน่อย. . . ที่รู้สอบธัญรัตน์ ต้องร้อนเพราะไม่มีแอร์
    แย่หน่อย. . . ที่ลืมคุณเธอไปแล้ว…

     

    ช่วงเวลานี้ ที่มี ทำให้เรายิ้มได้ 

     

    แอบน่ารักนะเนี้ย…ทำคนๆนี้ยิ้มได้ ก็พอแล้วสำหรับ “ความน่ารัก” ที่เธอให้กับฉัน

    เพ้อไป เอาไปตั้งเป็น DESKTOP เวลาเปิดเครื่องก็จะได้เจอกัน ไม่ต้องรอเจอในMSN รอดึกดื่นเที่ยงคืนอีกต่อไป



    ใครจะถามว่า     “เธอเป็นใคร”   ไม่สำคัญหรอก   เพราะ  “คือเธอ

    ความมั่นใจที่มีให้ จะรู้ไหมว่าหวั่นไหว รอให้กลับมา
    อยากติดมหาลัยใกล้ๆโรงเรียน   อยากไปเจอทุกวัน แค่ได้คุย ก็คงดีซินะ 

     

     

     

    ไม่มีเหตุผล ที่ รัก

    ไม่มีเหตุผลว่าสำหรับ คำว่า ใช่

    ไม่สำคัญว่า  อยู่คู่กัน

    แปลกใจ...แอบยิ้มกับตัวเอง   ทำไมกัน

     

     

    พยายามทำให้ใครคนหนึ่งได้ขนาดนี้
    เพื่อตัวเราด้วยซินะ

     

    ขออีกสักวัน


    2 วันสอบ เอ-เนตเสร็จ

     

     

    อยากออกกำลัง เผื่อหัวใจจะได้แข็งแรง*

    รักแสนดี /*/

    February 26

    [161] หลังชัตเตอร์…เหงานะเออ

     

     



    น่าแปลกนะ ที่เกิดมาเป็นจำพวก  “คนหลังชัตเตอร์”   ไม่ค่อยได้โพล่หัวไปในรูปของใคร ถึงโพล่ไป ก็ไม่เด่นสักที

     

     

    อย่าว่าอะไรเลย  ที่ถอนหายใจออกจะบ่อย จนคุณรำคาญ
    แต่ก็ยินดีนะ ที่ยังน้อย ได้ถ่ายรูปของคุณ  ไม่อยากให้ใครมองคุณนานๆหรอกรู้ไหม ให้เราคนเดียวมองพอแล้ว
    พอกลับไปดูภาพPortraitureของคุณ ก็รู้สึกมีหวัง เพราะนามสกุลเราอยู่บนรูปของคุณ   อ๊ะ..โดยนัยยะนี้

     

             “คุณเป็นของ. . .”    ฮ่าๆ เปล่าสักหน่อย  ไม่เคยมีนัยยะแอบแฝงอะไรเลยน้า

     

    …จุ๊ๆ อย่าไปบอกเขาล่ะ   เขาไม่รู้หรอก ฮ่าๆ…

     

    แม้ไม่เคยมีโอกาสถ่ายรูปคู่  คุณ จะรู้ไหมหนอ ว่าคนๆนี้มีความสุข ที่แอบยิ้มให้คุณหลังม่านชัตเตอร์ เมื่อเห็นรูปคุณ
    ไม่ใช่เพราะ หื่นหรอกนะ. . .อันนั้นประเด็นรอง อย่าใส่ใจ เฮ้ย! มันเป็นมุขๆ  เดี๊ยวจะเข้าใจผิด (หรือเข้าใจถูกกันแน่)
    เอาไว้ วันไหนพร้อม คงจะได้บอกคุณอีกครั้ง แต่ก็นะ เป็นแบบนี้บ่อยๆ ก็เหงาเป็น. . .วะ โอ๊ะ โอ้ // 

     

    คนที่ยืนกับฉันเมื่อเจอแดดยามเช้า จับมือของฉันในคืนเหน็บหนาว

    คนที่รับฟังฉันในวันที่เปลี่ยวเหงา คอยปลอบโยนให้ฉันทุเลา

    ยิ้มให้เขาตอนไหนก็รู้สึกอุ่นใจ และชีวิตคงจะไม่ว่างเปล่า

    มีเรื่องราวเรื่องใดก็คอยจะคุยกัน คนอบอุ่นคนนั้น

    . . .

     

    ปล. ศุกร์นี้ไปงานรับปริญญาของแม่ ไม่แน่ว่าจะได้ฉลองเลยเปล่า เพราะวันเสาร์ก็ไปสอบ
    เมื่อคืนก็นอนดึก คุยเอ็มกับเพื่อน  มีปัญหาโลกแตกแบกมาให้ถาม  แต่ก็เพื่อนแหล่ะ ถึงได้พยายามอยู่เป็นที่ปรึกษา
    สุขภาพก็แย่เอาการ   คงได้หาเวลาพักผ่อนบ้างแล้ว   ใจนี้เต็มร้อย

     

    รักแสนดี /*/

    February 24

    [160] 1 ความหมาย 2 ความรู้สึก

     





     

    สิ่งที่ทำตอนนี้ รู้ตัวเอง  ว่า  อยากเป็น. . .  แล้วเรา

    อยากกับสิ่งนั้นมากแค่ไหน         ถามใจ   ถามใจอีกสักครั้ง

    แล้วตอนนี้  ได้ลองทำแล้วหรือยัง   . . .  หลายคน  หลายความ  ล้านความรู้สึก      คิดแทนใครไม่ได้

     

    ได้แต่

     

     

    รู้สึกร่วมเดินทางไปกับเธอ…

     

     

    ที่อีกฝากหนึ่งของเส้นทาง

     

    แสนดี ,*,

      

     

    ปล.จู่ๆ ก็คิดถึงแนวเขียนนี้ ขึ้นมา    อาจจะเพราะ เราอ่านและสัมผัสความรู้สึกของเขาที่ทำให้เราอบอุ่น

    เพียงตัวอักษรไม่กี่คำ  ประโยคไม่กี่บรรทัด  ไม่เป็นต้องพรรณนาอะไรมากมาย 

    ไม่ใช่ว่ามันไม่มีความหมายแต่สิ่งที่เข้าใจง่ายที่สุด  คือ ไม่ต้องใช้ความเข้าใจ

     

    ก็แค่คิด  เราคิดว่าเราทำได้  อยากจะส่งต่อ ความอบอุ่นนี้ แก่คนอื่นบ้าง เหมือนที่เขา ให้เรามา
    …เปลี่ยนเสปซใหม่อีกแล้ว…ขาวได้ใจจริงๆ  

    (^^)  หัวใจตอนนี้ก็ขาวเหมือนสเปซที่เพิ่งล้างไปนี้แหล่ะ

     

    แปลกแต่จริง   แค่รู้สึก “สงบ”
       ไม่ต้องไปดิ้นร้น  บ้างอย่าง   ไม่ยึดติด

     

     

    รักแสนดีนะ
    ไม่เหงาที่ไม่มี เพราะแสนดี ยืนอยู่ข้างเรา

    ,*,

    [159] วันที่ร้อนระอุ

    เพิ่งปั้นจักรยานกลับมาจากที่เกิดเหตุ ก็พบว่า มีรถของส่วนการไฟฟ้า มาดูแลตรงจุดนั้นแล้ว
    ชนได้ยับมาก  ทำให้บ้านเราไฟฟ้าดับ ดับเป็นแถบๆ  ร้อนตั้งแต่ 4โมงเช้ายัน 5 โมงเย็น
    อ่านหนังสือไป ก็เริ่มวิงเวียน    ลุกขึ้นมาเต้นสักแปป   เหงื่อนี้พุดๆเต็มหน้า   เนื้อตัวยังกับเพิ่งอาบน้ำมา
    แถมยายกับน้าสาว  ก็คุยกันดังโครต  คุยกันไม่หยุด คุยแบบที่เราก็ฟังไม่ออก  หนีไปอ่านหนังสือบนบ้าน
    แดดส่องตา หน้ามืดได้อีก  เวรกรรม 

    ร้อนได้ใจ กะว่า จะหนีไปฟิวเจอร์ รังสิต

     

    เอาว่ะ เสียเงินวันละนิด ไขมันจงหายไป ฮ่าๆๆ

    ร้อนได้อีก

     

    ปล. แล้วแม่งดับตอนคุยกับน้องยิมเรื่องดาวิดด้วย โครตค้างคาๆ

    [158] TAG----------MSN

    - -“)  เอานะๆ คิดไรไม่ออก ก็ทำแถก   ที่ได้มาก็TAG MSN

    MSN รุ่น 14.0.8064.206

    DISPLAY ที่  

    image

    (- -“) ไม่ใช่หน้าเราน้า หน้าดาวิด…

    ตัวอย่าง  ตี๊ 
    ใส่แว่น 
    สูงไม่มาก 
    หุ่นน่ากอด
    เก่งภาษาจีน ดูมีอนาคต
    ตอนประถมนี้คิดว่าเป็นคนที่ใช่…แต่โตมา ก็มีคนที่ใช่กว่านี้อีก
    สภาพก่อนเจอ ก่อนที่จะสอบโอเนต ที่โด่งพยายามหารูปมาให้
    ฮ่าๆ กว่าจะได้รูป ฉันนิจบม.6แล้วนะย่ะ 
    แต่เพิ่งไปเจอกันอีกครั้ง   ตอนนี้เธอเปลี่ยนไปมากๆ ฮ่าๆ

    ขำๆ
    พอๆ จบเรื่องดาวิด เพ้อมาหลายวันแล้ว

    ส่วนหน้าต่าง MSN เป็นเช่นนี้

    image 

    แยกเป็น  

    10 CHEER - พี่ๆในเชียร์รุ่น 10

    11 CHEER - เด็กเชียร์ในรุ่นเรา (จะเห็นว่าแม่งน้อยมาก…หมดรุ่นแล้ว)

    12 CHEER - น้องๆในเชียร์รุ่น 12

    13 CHEER - รุ่นนี้ก็เยอะ เด็กเชียร์รุ่น 13

    CLASS 4 @SKR11 - เพื่อนๆในห้อง

    FRIEND - เพื่อนที่รู้จักๆ

    JUNIOR_SKR - รุ่นน้องในโรงเรียน

    OSKR - พี่ๆศิษย์เก่า

    SKR 11 - เพื่อนในรุ่น

    ที่ปรึกษา - ก็คือ ที่ปรึกษา  ฮ่าๆ

    OTHER CONTACT - อันนี้เก็บคนที่ไม่รู้จัก หรือ ยังไม่ได้จัดหมวด ปล่อยๆไว้

     

     

    เอ๊…ลืม SUPER_JUNIOR – เห้อๆ เด็กในสังกัดเองแหล่ะ 
                                         ก็ สุดยอดๆ   พิเศษ 30 ขึ้นมาหน่อย (บ้า!!! ไม่ได้สั่งก๋วยเตี๊ยว)
                                         รักเด็กน้า ~ แต่พี่เราน่ารักกว่า >_<!

    จะเห็นได้ว่าแบ่งละเอียดไปไหม ฮ่าๆ…ก็เพราะจำไม่ได้อะ ทักมานี้ไม่รู้ว่าเป็นใคร มาจากไหน เลยต้องระบุชัดเจน
    ก็   ถ้าอยากให้เราลืม ก็ทำตัวเป็นฝุ่นนะ  ลอยไปลอยมา  อย่ามาทัก อย่ามาสนใจ อย่ามาคุย อย่ามาให้โหลดอะไรให้
    เดี๊ยวก็ลืม

    ฮ่าๆ

    อันนี้ล้อเล่น เขาไม่ทักเรา ก็ไปทักเค้าอ่ะดิ!!!
    จะเข้าเรื่องดาวิดหรืองัย ฮ่าๆ

    February 23

    [157] ศูกร์นี้แม่รับปริญญา วันนี้กลายเป็นวันรวบญาติเลยแหะ

    ก็เป็นอย่างนี้แหล่ะคนอีสานแท้ๆ การศึกษาย่อมมีความสำคัญ เป็นเกรียติยศของครอบครัวชาวนาอย่างเราๆ  เป็นอย่างนี้แหล่ะ  พอใครจะรับปริญญาก็แห่กันมาแสดงความดีใจ  ก็จะมารวมตัวที่บ้านเรา  เพราะบ้านเราเป็นศุนย์หลักของวงตระกูลฝั่งแม่   ยิ่งมีญาติผู้ใหญ่เยอะๆด้วยแล้ว ก็เหมือนแม่เหล็กดีๆนี้เอง มากันเต็มบ้านเลยแหะ   

    จะอิ่ม ฮ่าๆ ทำกับข้าวกันเยอะๆ กลิ่นนี้หอมฉุย

     

    - -“) แต่ว่า เสียงดังไปหน่อยไหม…ฮ่าๆ

     

    แม่ฉันจะรับปริญญา ศุกร์นี้ มันช่างเร็วจริงๆ     คงจะทำการ์ดให้แม่สักใบ พอแหล่ะ เปลื้อง
    ยังจำวันเก่าๆได้เลย   ว่าช่วยแม่ทำงานให้จบปริญญาตรี    ช่วยกันจบไวๆ  จะได้มีเงินส่งเสียให้ลูกเรียนนะค่ะ

    แต่แม่เราเรียนฟรี ใช้ทุนรัฐนะเฟ้ย!!!   …ก็เลยพยายามต้องจบให้ได้ ไม่งันโดนหัวหน้าหักคอเอา…
    ส่วนปีหน้าพ่อฉันก็จะจบโทแล้วเว้ย!!!!

     

    จะแข่งกันเรียนจริง…ทำไม กูไม่มีพ่อเป็นหมอไปเลยล่ะว่ะ    จะได้กดดันกว่านี้  เข้าใจความรู้สึกเลย ว่ารู้สึกงัย
    ถ้าเราไม่ติดสักที  พ่อแม่จะโดนคำถามจากผู้คนรอบข้างมากมายแค่ไหน  

    พ่อแม่แข่งกันเรียน    แต่ลูกออกมาเป็นควาย  กู เอาเขาไปฝนกับกำแพงให้หายทื่อดีกว่า…เห้อ

     

    เห้อ  สลด!

    [156] ซีกตะวันตก มันยังไม่จบ

     

    อย่างน้อย (ก็เคยรักกัน) - Koh Mr.Saxman



    ยังคงคิดถึงเรื่องเมื่อวาน              

    ถ้าฉันดีพอ เธอจะเลือกไหม  ฉันก็ไม่แน่ใจ แต่คง ไม่เป็นอย่างวันนี้
    แค่นึก  ถึงfriend ship ที่มิ้งไปบีบคอให้เธอเขียน…เขียนสั้นมาก แถมได้รูปนักเรียนมาอีกใบ  คิดถึงเรื่องที่คั่นหนังสือ คิดถึงเรื่องน้องชายของเธอ คิดถึงเรื่องที่เธอพูดสุนทรภพภาษาจีน คิดถึงวันที่นั่งดูรายชื่อของเด็กที่เข้ามาใหม่ แล้วหัวเราะกับเพื่อน…

     

    คนลืมง่าย ก็แค่อยากเตือนความจำตัวเอง

    สักวันฉันก็ลืมเธอ ลืมทุกคน ลืมเหตุการณ์ต่าง ลืมตัวเองว่าเคยเป็นใคร     ไม่ใช่เพราะต้องการลืม แต่ป่วย…

    พยายามเขียนทุกๆอย่าง ทุกๆวันว่าเกิดอะไรขึ้น    อาจจะมองว่าไอ้นี้มันจะขยันเขียน  ทำไมยังต้องเขียน ก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน ( แล้วไหม ต้องมาอ่านเสปซไอ้อ้วนนี้ด้วยว่ะ…เคยสงสัยมะ        แล้วแม่งก็ต้องรู้ว่า   เฮ้ย!   แม่งไหมคิดงี้  แล้วไหมไม่คุยกะคนนี้    แล้วไอ้ คุณเธอเป็นใคร     แล้วพยายามอ่านย้อนไปเรื่อยๆ     เอ๊ แล้วไอ้เหี้ยนี้เป็นใคร    เอ๊ อยากรู้     แล้วตกลงพี่แกชอบใครว่ะ     เอ๊ ไอ้ที่บอกว่าจะเขียนถึง 999 บทความ จะจริงไหม เข้ามหาลัยจะเขียนต่อไปไหม   แล้วมันทำให้อีกคนแม่งไปจุดประทัดประกาย อยากเขียนตามหรือเปล่าว่ะ   เอ๊ ตกลง มีคนยังงี้ไหม แต่ก็นะ ไม่มีใครมานั่งอ่านหรอก สมัยนี้ ใครกันจะยังเล่นสเปซ…เหอะๆ)

    ทำไมต้องมานั่งเขียนกับมันทุกวัน

     

    เคยสงสัยอยู่   เพราะ เราจับเรื่องราวมาเล่าได้ทุกวัน แล้วอีกอย่างที่เขียนทุกวัน ก็เพราะตื่นเช้ามาเราก็จำเรื่องราวในอดีตไม่ได้เลย   ก็เลยต้องเขียนก่อนนอน  ไม่เขียนแล้วจะอึดอัด ไม่ได้ถ่าย ข้อมูลออกจากสมอง คนเราไม่ควรไปเครียดกับชีวิตมากมาย   

    แม้เราจะไม่มีเพื่อนและแฟนมานั่งรับฟัง  ว่าวันนี้เจออะไร   ไม่มีพ่อแม่มานั่งถามว่าวันนี้เกิดอะไร ลูกทำอะไรบ้าง ไม่มีพี่น้องให้เราได้บ่นๆสิ่งที่รังควานเราอยู่ในใจ  ว่าวันนี้เจอแฟนเก่าเพื่อนมานั่งที่กลุ่มเพื่อน   แล้วหันมามองเราอย่างสงสัย…เราก็สงสัยเว้ย  ฮ่าๆ   ก็นะ ทำตัวเนียน   แฮะๆ   เราก็ยังมีเสปซให้ได้บ่น   ไม่ก็ติส  ไม่ก็มีสาระเกินไปต่อร่างกาย ฮ่าๆ  ยังน้อยก็ได้ฝึกอ่านเร็ว กับเขียนซินะ ถือว่าเป็นประโยชน์อีกข้อของการมีสเปซแล้วกัน

    อีกอย่าง มันก็เป็นจุกจิกที่เราไม่ควรไปโยนใส่เพื่อนมากกว่า

    ระบายอารมณ์แบบนี้ ก็มีทั้งโชคดีโชคร้ายเนอะ ว่าไหม  ฮ่าๆ

     

    โชคดี    มีคนมาอ่านแล้วเข้าใจ  อ่านแล้วติดตาม อ่านแล้วฮา ได้เสียงหัวเราะกลับไป 
                   อ่านแล้วอมยิ้ม อ่านแล้วร้องไห้ตาม  มีคนรู้สึกร่วม ก็ถือว่าโชคดีของเราที่มีสักคนที่เข้าใจ ไม่คอมเม้นก็…
                         ก็รู้ว่าแอบอ่าน…เสมอๆ อิอิ (มั้ง…เขียนแม่งทุกวัน ใครจะไปอ่านตามทัน)

    โชคร้าย      มีคนมาอ่านแล้วส่งต่อให้อีกคนที่เกี่ยวข้อง   เกิดเรื่องราวฉิบหายตามมาอย่างไม่คาดคิด
                            ซึ่ง เราต้องคาดคิดไว้ก่อน ก่อนจะเขียน จะได้ไม่โชคร้ายเหมือนก่อน…
                                   เวรกรรม…ช่างเห้อ ยังงัยมันก็คงไม่เอาระเบิดมาปาหน้าเราหรอกมั้ง อย่าคิดมากๆ

     

     

    เห้อ~  
    ช่างเห้อ  เป็นคนรับข่าวสาร  ก็คิดได้หลายแง่ จะเอาแง่ไหน ก็ใช้วิจารญาณของท่านผู้อ่านด้วยเช่นกัน
    เหมือนกับ ใครจะขอใครเป็นแฟนงี้  จะฟังความข้างเดียว หรือ จะดูกันไปเรื่อยๆ ก็นะ   ก็ต้องศึกษากันดีๆ
    แล้วเราจะไปบังคับเค้าให้คบกับใครไม่ได้    แล้วขอให้เค้าไม่คบกันเป็นแฟนก็ไม่ได้ เห้อ  ทำใจงัยพี่น้อง 


    ใจก็อยากมีคนดูแล แต่ถ้าไม่ใช่ คบไปก็ต้องเลิกยังงี้เหรอ
    คุ้นๆแหะ

    ประโยคนี้…เหมือนอ่านเจอสเปซใคร ที่มาตอบว่าทำงี้เหมือนปิดใจตัวเองไปหรือเปล่า
    แต่เค้าตอบ งี้คบไปเรื่อยๆ ถ้าไม่ใช่ ก็ต้องเลิกเหรอ    อ่านแล้วรู้สึก ดีโครตๆ  ที่ยังมีคนแบบนี้อยู่บนโลกเพื่อ ”รอ”

    อดทนกับการรอ   ดีกว่าเหนื่อยกับคนที่ไม่ใช่

    ได้ข้อคิดเลยเห็นมะ   ถ้าอยู่ใกล้จะหลงรักไหมเนี้ย …รักข้างเดียวซินะ…อืม   นี้มันชีวิตจริงเกินไปแหล่ะ….

     

     

    เห้อ…

    มีความทรงจำวันดีๆให้คอยปลอบใจเสมอ                
    ในยามที่เหงา ไม่ให้ลืมเลือน
    ปล่อยให้เวลาเปลี่ยนให้ฤดูเปลี่ยน ผู้คนจะเวียนเข้ามาเท่าไร                     
    ไม่เคยมีใครจะแทนที่เธอ
    อยู่ด้วยความรู้สึกว่ามีเธอ ช่วยให้ผ่านวันที่ต้องเดียวดาย                        
    ก็ไม่เป็นไรอย่างน้อยก็สุขใจ

     

    ความจำสั้น…

    และจะเขียนสเปซต่อไป

    ฮ่าๆ

    February 22

    [155] เธอ…ออกเดินทางไปก่อนนะ

     

    The Departure - Michael Nyman

     

    จะเก็บต่อไปอีกนานแค่ไหน รักที่เออล้นใจ รักที่มีให้เธอมากมาย ตั้งแต่วันที่พบเธอ” 

     

    2 วันที่ผ่านมา เราเห็นเขา อยู่ไกลๆ     ทั้งที่มีโอกาสประมาณ 4 ครั้ง ที่เจอ    เดินผ่านไป 2-3 ครั้ง  ก็มั่นใจว่า ”ใช่”
    แต่ใจเรานี้ มันป๊อด เธอเป็นฝ่ายทักเรามาตลอดแหล่ะ  ไม่ว่ามันจะนานแค่ไหน เธอทักเรามาตลอด  แต่ตอนนี้

    เธอเดินผ่านเราไป…ผ่านไปกับเพื่อนเค้า เหมือน เราไม่เคย… แต่ไม่รู้ดิ เธอตั้งใจ หรือไม่ตั้งใจ 

     

    เราเปลี่ยนไปหรอ 

     

    ทั้งวันนี้ เราไม่มั่นใจเลยนะ ที่จะเดินเข้าไปทักเธอ  

    จนเราต้องถามลัก    
    “ ถ้าเธอคนนั้นเปลี่ยนไป ชื่อที่ปักอกก็เปลี่ยน นามสกุลก็เปลี่ยน หน้าตา ท่าทางก็เปลี่ยน ลัก ยังจะกล้าทักเค้าไหม”
    ลักบอกเรา

    “ก็ เฮ้ย ทุกเรียนป่ะ ไม่เจอกันซะนาน เปลี่ยนไปเยอะเลยนะ”
    เราก็คิด เออ ก็ควรจะพูดอย่างนั้นนะ      

    “แต่เขาเป็นคนที่เราชอบ…”



    “แล้วผู้ชาย หรือ ผู้หญิงละ”                                                                       

    เวรกรรม    ผู้ชายดิ…ลักก็บอก…     “ผู้ชายเค้าไม่แคร์เรื่องเปลี่ยนไป อะไรมากหรอก ทักไปๆ”

     

    …. เริ่มคิด ก็แค่เข้าไปทัก จะตายไหมเนี้ยเรา …

    ความอ่อนแอ มันจะทำร้ายเราอีกไหม    ความหวั่นไหวจะทำให้ฉันร้องไห้หรือเปล่า     แล้วเราจะทำงัยอ่ะ
    เมื่อต้องมาอยู่แบบนี้     โดยไม่มีวันที่จะเจอเธออีก    หรือจะคิดว่า   ไม่เคยเจอเธอ   มันเป็นอดีต…แค่อดีต?

     

     

    ตอนเช้าที่เราเดินไปซื้อน้ำที่ซุ้ม หน้าโรงเรียนเธอ  แวบแรกที่เห็นเธอเดินมากับเพื่อน   ก็รู้สึกว่าไกล…มันไกลมากจนฉันไม่กล้าที่จะก้าวไป   เหมือนเราอยู่คนละโลก  ทั้งที่จริง เราห่างกันเพียงไม่กี่ก้าว    ฉันมองหลังเธอ วิงวอนให้เธอกลับมาทักฉัน เหมือนคนรู้จัก  ยืนมองเธอเดินเข้าไปในโรงอาหาร    มองเธอหลังเธออยู่ไกลๆ

    ฉันคิด   ไหนว่าจะเข้าไปทักละว่ะ   ทำใจกล้าๆดิ
    แต่…มันก็สายไป  เธอเดินห่างออกไป  ไกลออกไป ไกลจนฉันไม่กล้าพอ

     

    ตอนสายหลังสอบ ฉันก็ไม่เจอเธอ…

    ตอนเที่ยงหลังสอบ ฉันก็ไม่เจอเธออีก…

     

    แต่เจอแพรวกับมิ้ง  (บูม นายควรดีใจนะ มิ้งอวบมาก ขาวสวยใส่แว่น โฉมงามในฝันนายเลย…อย่าเอาไปเทียบกับเรา)
    ดีนะที่ได้เจอเพื่อนเก่าสมัยประถม และ ดีใจที่เจอเธอด้วย    เราก็ถามมิ้งกับแพรว   ทำไม     เธอเปลี่ยนไป…แพรวบอก ตอนประถม ก็ผอมๆก้าง พอมามัธยมปลายนี้ เธอถึงกับอวบระยะสุดท้าย เราก็ถามต่อ      

    “เราไม่กล้าเข้าไปทักอ่ะ”

    “ก็ทักๆไปดิ   ดาวิดคงดีใจ   เพื่อนกัน”

    นั้นดิ

     

    เอาว่ะ ขอโอกาสให้เจอเธอ อีกครั้ง    อีกครั้งเดียว  
    ฉันจะเข้าไปทักเธอ  ฉันจะเข้าไปทักเธอ  ฉันจะเข้าไปทักเธอ  ฉันจะเข้าไปทักเธอ  สู้ว่ะ!
    จะไม่ยอมให้เธอเดินผ่าน             แค่อีกครั้ง   เพียงเธอๆๆ

    แล้วตอนเที่ยง เราก็มองหา หาเธอคนเดียว เธออยู่ไหน
    แต่สุดท้าย ก็ไม่เจอ…โครตแบบ พลาดอีกแล้วหรอเนี้ย ก้าวช้าไปอีกแล้ว ทำไมเราเป็นคนแบบนี้

    พอเข้าสอบวิชา สุขศึกษา งานบ้าน เทคโน  ทำแบบใจลอย     แค่โอกาสครั้งเดียว 
    ทำไป 120 ข้อ    อะไรกันเนี้ย  ไม่เห็นจะได้เรียนเลย  นี้ต้องมาสอบไอ้พวกเนี้ยนะ  ดนตรีอะไรว่ะ ไม่เคยฟัง โถ่!
    ทำเสร็จ ก็ หลับไป 1 ชม.   มีความสุขกับการนอนมากมาย   พอออกจากห้อง ก็แบบ สดชืน…แล้วก็ถามลัก

    “ทุเรียน ใช่เธอป่ะ เปลี่ยนไปนะ”

    ลักบอก โอเคๆ ใช้ได้ๆ 
    เมื่อบทสนทนาพร้อม  ใจก็ต้องพร้อม   เหลือแต่ สวรรค์…ที่จะบรรดาลให้เราพบกัน “อีกครั้ง” หรือเปล่า

     

    เดินออกจากห้องสอบ จากตึก3 เดินมา ตรงซุ้มที่กลุ่มปูนนั่งประจำ

    สายตากวาดหาเธอ…แค่คนเดียว ทำไมต้องใจสั่น ทำไมต้องหวั่นไหว ทำไมต้องมารู้สึกอย่างนี้

    แค่คนๆเดียวที่ทำให้เราเป็นแบบนี้   ที่ร้องเพลงแบบนี้ก่อนจะเข้าสอบวิชาภาษาไทย O-NET  วิชาแรกของเช้าวันนี้
    จนเข็มที่สอบตึกเดียวกับเรา ทักเราว่า           “ขนาดร้องเพลงได้เลย ขอให้วิชาต่อไปร้องได้นะ”      

    ร้องได้เพราะเจอเธอคนเดียวตอนเช้า…เช้าของวันที่โหดร้าย…  
    …จะเก็บต่อไปอีกนานแค่ไหน รักที่เออล้นใจ รักที่มีให้เธอมากมาย ตั้งแต่วันที่พบเธอ…ร้องแล้วจะร้องไห้มากกว่า…


     

    จนวินาทีนั้น  ในระยะ30 เมตร ฉันเห็นเธอ!
    แค่เสี้ยวเวลานั้น เราค่อยๆถอยออกจากกลุ่ม เดินมารอเธอ   เธอค่อยๆเดินเข้ามา  และ  เหมือนเธอจะไม่สนใจ
    แต่เอาว่ะ

    “ใช่ดาวิดป่ะ”

    “เฮ้ย!!!”….ประโยคแรกของเธอ ในรอบ 10 เดือน

    “…”   …เวรกรรม  ดาวิดลืมชื่อเรา    เธอนึกชื่อเราไม่ออกใช่มะ  กรรมของเรา

    “มากับใคร”

    “มากับเพื่อน” … ใครจะบ้าไปบอกว่ามากับแฟนให้เธอตกใจเล่น

    “แล้วไหม ยังไม่กลับ”  ถามเหมือนกวนตีนเหมือนเดิม…รอเธออยู่ รู้เปล่าละ ไม่หรอก เพื่อนมันยังไม่กลับ

    “ทำข้อสอบได้มะ” …เธอหัวเราะ เหมือน อยากจะเดินหนีเรา สะอย่างนั้น เราก็ทำไม่ได้ อย่าเพิ่งเครียด

    “แล้วจะเข้าคณะอะไร”

     

    เธอบอกเรา    “ยังไม่รู้เลย เรื่อยๆ ฮ่าๆ”    อยากจะกระโดดเตะ  ทำไมดาวิด เรื่อยเปื่อย ไร้เป้าหมายยังงี้   แม่เจ้า!!

     

    เราทักเธอแล้วนะ ใช้ความกล้าที่มี เพื่อทักเธอ แล้วคุยกับเธอเพียงไม่กี่นาที     ดีใจนะ แต่แอบเศร้ากับสิ่งที่เธอคิด  
    ทำไมเธอไร้จุดหมายอย่างนี้ อะไรทำให้เธอ ไร้เป้าหมาย

    แค่อยากจะบอก             ฉันคงต้องออกเดินทางไปก่อนนะ…
    อยากร้องไห้  ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันว่า  ทำไม?

    เขียนไป ฟังเพลงนี้ไป มันอธิบายไม่ออกจริงๆ

    ส่วนคุณเธอ วันนี้ก็ไม่ทัก ไม่คุย  มันก็เป็นงี้อยู่แล้วนิเนอะ     แต่ตอนเย็นเดินเข้ามาจะจับหน้าเรา แต่ก็ไม่จับ…จะทำให้ตกใจมั้ง   แต่เห็นว่าปัดๆมือแล้วเดินออกไป   แบบนี้เรียกว่ารังเกียจหรือเปล่า  เราก็ไม่เข้าใจ   

    แต่จะไม่คิดถึงเรื่องนี้อีก   เราจบแล้วตั้งแต่วันนั้น 

     

     

    การเดินทางของเรา  มันจะไปทางไหนนะ  สุดแท้ ยากจะคาดคะเน   แต่ไม่ว่าไปทางไหน จุดจบก็คือความตาย
    อยู่ที่เราจะอยู่พล็อตจุดชีวิตสุดท้ายไว้บนกราฟ ไว้ฝั่งไหน

    การแอดมิดชั่น หากฉันพ่ายแพ้ ไม่ได้อย่างที่ใจหวัง ไม่ได้คณะที่ฉันต้องการ
    ฉันจะทำตัวเช่นไร  

    มีพี่บอกให้ไปขอทุนของม.เอกชน
    แต่พี่อีกคนก็บอก รอดูคะแนน เราไม่ได้คนอื่นก็ไม่ได้แหล่ะ ดูภาคสมทบเช่นเดียวกับพ่อ

     

    ตอนนี้ ฉันเห็นเส้นทางชีวิตกำลังแยกเป็นหลายๆสาย  แต่กลับมองไม่เห็นปลายทางว่าจะเจออะไร

    แต่ก็ต้องออกเดินทาง

     

    ก็เหมือน ต้องกล้าที่จะเข้าไปทักดาวิด

     

     

    เธอหยุดเวลาของฉันไว้จริงๆ
    อ่อนไหว แต่ ไม่อ่อนแอ 
    ถึงเธอจะเปลี่ยนไปมาก แต่เรา เชื่อนะ ว่าเรารู้สึกดีๆกับเธอเหมือนเดิม ยังอยากเจอ ยังอยากมองเธอ
    ไม่ใช่เพราะรัก แต่ เพราะความเป็นห่วงที่มีให้เธอเสมอ

     

    ดาวิด…ฉันภาวนาให้เธอ เจอ เส้นทางของเธอไวๆนะ
    ดาวิด โครตน่ากอด สูงโครต สูงเท่าคุณเธอเลย เป็นแบบนี้ก็น่ารักไปอีกแบบ ฮ่าๆ

     

    เหลือ A-NET   ต้องไม่ยอมแพ้ ไม่ยอมแพ้…555+

    February 21

    [154] หายใจ…ออก…ฟู่~

    สอบโอเนตวันแรก ก็แทบหมดแรง…

     

    สังคม ทำไป 100 ทิ้งไป 50 เพราะยังไม่ได้เช็ค

    คณิต  ทำไป 40 เช็คได้ 19 ข้อ ข้อละ 2.5 คะแนน

    อังกฤษ (ฉิบหาย)  ทำไป 100  ไม่มีอะไรในสมอง…น่าจะได้คอนเวอร์ กับ ERROR อีก - -“) 2 ข้อ เท่านั้น! ส่วนเรื่องอ่าน อ่านอย่างเมา…โตรตเยอะ

     

    วันนี้เจอดาวิด

     

    กรี๊ด!

     

    แต่ช้าก่อนพี่น้อง!!!                                 ปั๊ดโถ่!!! (ตบเข่า)

     

    ดาวิดเปลี่ยนไป๊….

    อ้วนเกิน          อ้วนมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก   กลายเป็นอาแปะแว่นลงพุงเลย  
    จะไล่ตามเราหรืออย่างไรกัน         10 เดือนก่อน ตัวเองยังผอมๆหุ่นดีอยู่เลย  แต่แบบ กรี๊ด… โครตแม่เจ้า!

    - -“) เราเลยไม่แน่ใจ ไม่กล้าเข้าไปทัก        แต่แบบสัญชาติญาณมันบอก  ว่าใช่เธอแน่ๆ…
    เห้อๆ เหมาะกันเนอะ   อ้วนกะอ้วน เรามารักกันเถอะ~             บ้า!!!

    แต่ ก็ ไม่เจออีก…พรุ่งนี้ซินะ  จะวิ่งเข้าไปทักเลย  สู้ๆแจง  เพื่อ ดาวิด เพื่อ ดาวิด เพื่อ ดาวิด
    (แต่ว่าไป ไอ้เพรชก็บอกแจง อ้วนนะ   ถึงมันจะพยายามจ้องแจงอยู่นานโครต …. กูอ้วนแล้วงัย ฮ่าๆ ดาวิดก็อ้วนว่ะ
    หรือว่า ดาวิดจะ…. สงสัยอกหักหรือเปล่าหนอ  โถ่ หน้าตาก็ดีไม่น่าเลย  ตี๋ก็ตี๋ ขาวก็ขาว หุ่นก็น่ากอด ใส่แว่นอีกตั้งหาก 
    น่าสงสารๆๆ รู้งี้ตามมาง้อต่อดีกว่าไหม    ซบ อก เค้า ก็ ได้ นะ เค้า ยัง เว้น ที่ว่าง ให้ ดาวิด เสมอ ……..แต่เค้าจะเอารึ ฮ่าๆ ช่างเห้อ ไม่ใช่ประเด็น)

    เราต้องเหนื่อยอีก 3 วัน หรือจะเหนื่อยตลอดชีวิตดีนะ  
    ก็ต้อง สู้ล่ะว่ะ  ถึงจะรู้ว่า คณะที่เราอยากเข้า มันปริ้วไปตามสายลมเสียแล้ว~

    เศร้าว่ะ พี่น้อง

     

    แต่ก็นะ มีเรื่องให้เศร้าอีก คุณเธอไม่ทักแม้แต่มองหน้าเราเลย เราผิดไร ก็เราแค่อยากให้กำลังใจ แต่สิ่งที่เราทำ ไม่มองใช่มะ ไม่เคยเลย จะสนใจ
    ต่อไป จะไม่สนใจอีกแล้ว ฮึๆ….กำลังใจอา  มันให้ใครก็ได้เว้ย  คนที่เค้าให้ เค้าเลือกแล้ว  อยากให้คนที่ได้ ฮึดสู้ แล้วหันมายิ้มกับคนข้างหลังได้ไหมฟร่ะ

    แต่แม่ง…ฮึๆ ก็จะ จำ ไว้

    -____- ช่างแม่ง ไม่ใช่ประเด็นอีกต่อไป
    ช่างหัวมัน ใครก็ไม่รู้ บุ๋ยๆ ลบออกจากลิสของสิ่งมีชีวิตบนโลกที่เราเคยรู้จัก

    ช่างมัน!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!

     

    สู้เว้ย ให้กำลังใจตัวเองต่อไป

    February 20

    [153] เข็มทิศชีวิต…OSKR

     

    ขอย้อนเล่าไปเมื่อ  6 ปีก่อน

    สมัยนั้น กู-(ไอ้เชี้ยเด็กแว่นในปัจจุบัน)      กระโดดตบยุงไปวันๆในโรงเรียนเอกชนแถวอยุธยา      
    เรียนก็ปานกลางนะ อยู่ในอันดับที่2-4 มาตลอด…ที่1 ให้เค้าไปเห้อ ไม่ต้องการหรอก(ไม่! มึงใจอ่อนกับผู้ชายก็บอกไปเห้อ ฮ่าๆๆๆๆๆ)      

    ยังไม่รู้เรื่องเลยว่าแม่งต้องมาเรียนที่นี้ ตอนแรกตั้งใจจะไปสอบ หอวัง…อุบ๊ะ!!!   พอวันจะสอบ พ่อกูดันขับรถมาส่งที่ไหนแม่งก็ไม่รู้
    ทางเข้าก็แม่งลึก  รถโดยสารก็ไม่มี  มีแต่วินมอไซน์   ตึกก็แม่งสูงสัด มีต้นปาล์มตามทางเดิน มีไฟ มีสวนสวย มีน้ำพุ มีลิฟท์ด้วย แม่เจ้าโว๊ยๆๆๆๆๆ   

    …ยังกะโรงแรม

    สมัยนั้นยังไม่มีลานอเนกประสงค์ กะ ลานจอดรถบัสโรงเรียน   โรงเรียนแคบมั๊กมาก สมัยนั้น ผอ.วีระ กาญจนรังสิตา ท่านเป็นผู้อำนวยการ

    “เป็นสุภาพบุรุษ สุภาพสตรีสวนกุหลาบ”
    …ไม่ว่าวันเวลาจะเปลี่ยนไป วลีนี้ นิแหล่ะ ที่เรารู้สึกถึงความยิ่งใหญ่ของสวนกุหลาบ… 

    ชีวิตม.1   เจอค่ายปฐมนิเทศ  เจอพี่สมพล หรือ พี่มะ ประธานนักเรียนรุ่น 6…ตอนนี้ไปเป็นนักร้องวงไรก็ไม่รู้ ตามงานอินดี้ทั่วไป
    พี่เค้าโครตเป็นไอดอล แม่เจ้า    ทำอะไรก็ดูดีไปเสียหมด    การเรียนที่นี้ก็สบาย  เรียนอยู่ห้อง 4 เพื่อนฝูงในกลุ่มเป็นผู้ชาย7 คน หญิง 1 คน
    (ฮ่าๆ สโนไวท์หรืออย่างไร ไม่ทราบ แต่หน้าเหียกจนถึงปัจจุบัน)

    เรียนที่นี้ก็แบบสบายว่ะ  มีเพื่อนจากโรงเรียนเสริมมิตร มา 2 คน  ชื่อเมย์ กะจิตตรา   ส่วนคนอื่นก็ไปธรรมศาสตร์กันหมดเลย
    ตอนแรกก็ขึ้นรถบัสนักเรียน โอ้แม่เจ้า    มันคือรถทัวร์ดีๆนี้เอง   นั่งไปตอนเช้า ตอนสี่โมงถึงจะออกจากโรงเรียน มาลงที่หน้าม.ราชภัฎวลัยลงกรณ์
    ต่อรถหมู่บ้านเข้าบ้าน กว่าจะถึงก็ 6 โมงเย็น    ตอนนั้นยังอยู่กับพ่อแม่   แทบจะไม่เคยเห็นหน้าพ่อสักเท่าไร กว่าพ่อจะกลับก็ 3 ทุ่ม แม่ก็สอนน้อง
    (มึงเลยขาดความอบอุ่น เลยหันมาสะสมไขมันในร่างกายแทนใช่มะ ฮ่าๆๆ)

    พูดถึงเรื่องชุมนุม    ตอนม.1 สมัยเรา ไม่เหมือนสมัยนี้ที่จะโดนบังคับให้เข้ากันทุกคน แต่ให้เลือกชุมนุมเองได้ เราก็มั่นใจตัวเองเช่นกัน เลยเลือกเข้าวงโยธวาทิต อยู่ไม่ได้นานก็ออก ตอนนั้นทำให้เรารู้จัก    “การนอนโรงเรียน”…นอนที่ไม่ใชเข้าค่าย   นอนเพื่อทำกิจกรรมโรงเรียน   อยู่นอนตั้งแต่เย็นวันศุกร์  ซ้อมกันถึงเที่ยงคืน    เสาร์  ซ้อมเดินแปร    อาทิตย์ ซ้อมเป่า    บ่ายๆก็กลับบ้าน   พ่อก็บ่นๆ กลับบ้านก็มืด แย่เข้าไปอีก คือ เราเป่าไม่ได้ตามคนอื่นๆเค้า   เลยท้อไปเลย   เป่าคาลิเน็ตไม่ได้เสียที อ่านโน๊ตก็ไม่ออก  ทุกเช้าต้องมาชั้น 9 เข้าห้องโย เพื่อซ้อนดนตรีกันตอนที่เคารพธงชาติ    ตอนนั้นรู้จักแม็ก แม็กแม่งก็เก่ง ตอนนี้ก็ไปอยู่ดนตรี มหิดลเสียแล้ว  โครตพยายามช่วย แต่เราก็ได้เท่านี้ (ฮ่าๆ)    แต่ว่าไม่ได้ดนตรีสากล แต่ดนตรีไทยนิ ฮ่าๆ ได้อยู่ๆ  สมัยนั้นมีให้เลือกสาระเพิ่มเติม เราก็เลือกดนตรีไทย ได้เล่นฆ้องวงใหญ่ ฮ่าๆ เหมาะกับตัวดี ฮ่าๆ

    อยู่ไปได้สักพัก ก็ออกจากวงโย มาอยู่ชุมนุมหนังสือพิมพ์

    แล้วกูก็

     

    ติด  มผ.  ตัวแรกในชีวิต

    ไอ้แช่แฟ้บ!!!!

    เราเป็นสื่อมวลชน อะไรที่ไม่พอใจ ก็ฟ้องเราได้ แต่ถ้าเขามีอำนาจมากกว่าเรา ไม่พอใจในสิ่งที่เรานำเสนอ เขาก็มีสิทธิ์ที่จะให้  “มผ” เราเช่นกัน
    สมัยนั้นจำรุ่นพี่กลุ่มแรกได้ไม่กี่คน  มีพี่เบนรุ่น6 พี่เจรุ่น6    อ่อ สมัยนั้น มีเขมอีกคน ที่โดนรุ่นพี่หลอกให้เข้า ฮ่าๆๆ…เอาเถอะๆ
    สมัยนั้นทำหนังสือพิมพ์เป็นกระดาษ F4 ซีรอก เข้าเล่ม ที่ร้านถ่ายเอกสารเก่า ตรงหน้าห้องเชียร์ในปัจจุบันนั้นแหล่ะ  

    ไม่น่าเชื่อนะ ว่าจะทำให้เราเจอทางที่ใช่แล้ว เกิดเป็นศูนย์ข่าวทดลองฯ ในวันนี้    “อดีตบก.(ร่าง)ใหญ่”

    ข่าวโรงเรียน จาก กระดาษขาวดำ สู่โลกไซเบอร์ ตอนนี้ก็มีคนดูแลแล้ว ก็อุ่นใจไปแต่ก็มองอยู่ห่างๆอย่างห่วงๆ


     

    ชีวิตม.1 จบไวเหมือนโกหก  สมัยนั้นยังไม่มีงานละอ่อน ยังไม่มีงานจากเหย้า มีแค่งานกีฬาสีกับงานกรีฑาสวนกุหลาบสัมพันธ์ งานเปิดลานนี้ไม่แน่ใจนะว่ามีหรือเปล่า แต่จำได้ว่ามีงานดนตรี บ่อยมาก  แต่ตอนนั้นเราเรียบร้อยไม่ได้สะดีดสะดิ้งเหมือนตอนนี้  

    ชีวิตม.2 เข้าGEP ชีวิตโหดร้ายมาก  อยู่ๆจากชีวิตที่สบายฉิบหาย ก็  โหดร้ายมาก!!!!!!!!    เพื่อนได้เข้าเหมือนกันแต่ก็อยู่อีกห้อง เราอยู่ห้อง 3 เพื่อนอยู่ห้อง 2   เรียนต้องพึงพาตัวเอง  เพื่อนที่เข้ามาก็ ไม่รู้ดิ แต่ไม่ใช่ แต่ช่างเห้อ มันไม่ใช่ประเด็น   ก็ดีที่เขายังเอาเราเข้ากลุ่มทำงาน…

    แต่ชีวิต ใน GEP ถือว่าเป็นอะไรที่พิเศษมากนะ

    ได้ไปเข้าค่ายงี้ ได้เรียนเนื้อหาที่แน่น วิทย์นี้ท่องเส้นเลือดตอนม.2 เรียนพันธะ โอ้แม่เจ้าเว้ย   ยากเวอร์    แต่เพื่อนก็ทำได้กันนะ   ได้เจอเพื่อนเก่งๆ แล้วเพื่อนในห้องตั้งใจเรียนโครตๆๆๆ ต่างกับม.1 มาก เป็นอะไรที่ชอบมาก    เพื่อนแต่ละคนก็เก่งๆทั้งนั้นเลย  เก่งวาดรูป เก่งเต้น เก่งภาษา เก่งความเป็นผู้นำ  อาจารย์ที่มาสอนก็มีความสามารถ

    แต่ว่าเราสนุกไปเข้าค่ายมากกว่า ฮ่าๆๆๆ

    ชีวิตม.3  ได้ย้ายจากห้อง 3 มาอยู่ห้อง 2        โอ้แม่เจ้า  คะแนนเด็กห้องนี้สูงมาก   แถมได้นั่งอยู่หลังห้อง   ห้องGEP จะเรียนอยู่ชั้น 9 ของอาคารสิริธร 1  ตอนเช้านี้โครตทรมาน ต้องเดินจากชั้น1 ไปชั้น9 แต่ก็นะ      ห้องพวกเรามีแอร์ ฮ่าๆๆๆๆๆ…แถมชีวิตดูจะสบายกว่าเด็กปกติมากมาย จนอาจารย์บ้างคน ย้ำว่า บ้างคน พูดเสียดสี ใส้ร้าย พยายามทำให้เราดูแย่ในสายตาเพื่อนๆในรุ่น    แต่ก็นะ พอเค้ารู้จักเราจริงๆ มันก็ไม่ใช่ทุกคนหรอก เด็กGEP มันเหมือนคุณหนูบ้านนอก ลุยได้เสมอ แต่EPนี้แบบ สูงส่งไป ฮ่าๆๆๆๆๆ

    แต่ก็นะชีวิตโหดร้ายกว่าเดิมเมื่อเกรดออก…คณิต กูไม่ไหวแหล่ะ เลยหันหน้าไปเรียนพิเศษเพิ่ม ฮ่าๆ เป็นการเข้า”สยาม” ครั้งแรกในชีวิต ไปเรียนกับพี่ศุลที่ตึกใกล้ๆสะพานหัวช้าง   สมัยนั้นยังดีที่มีBTS   แต่ก็ การเรียน ก็ยังดีกว่าเก่านิดนึง ไม่เครียดๆ  แต่ยอมรับ ไม่เคยลอกข้อสอบใครว่ะ ฮ่าๆๆๆ   รู้สึก ยังน้อยนี้ก็คะแนนจริง ยอมรับมันให้ได้เท่านั้นเอง   ….และออกเที่ยว แบบที่แม่ไม่รู้ ก็เกิดขึ้น…

    ช่วงเวลาระหว่าง ม.ต้น กับ ม.ปลายก็มาถึง
    ใจเรา อยากจะเรียนGEP เพราะจได้เที่ยวต่อ  ฮ่าๆๆ    แต่ว่าพ่อบอกว่า เรียนปกติ เกรดดีกว่า      แถมพ่อก็ไม่มีตังค์เลยได้เรียนปกติ สายวิทย์ ไม่ต้องสอบแบบน้องๆในสมัยนี้     อีกอย่าง ไอ้คนที่ชวนเราเข้าGEP    แม่งก็บอกว่าจะมาเข้า สายปกติเหมือนเรา แต่พอวันยื่นใบนี้ดิ    แม่ง…..เลือกเข้าGEP ต่อสะงัน เวร!

    สรุป กูก็โดดเดียวคนเดียวอีกใช่มะ….เห้อ~

     

    ตอนนั้นคิดเลยนะ ว่าอยากเป็นหมอ…โครตอา อยากเป็นหมอจิต  
    เลยเข้าสายวิทย์  แต่ได้มาห้อง 4  เพื่อนจากห้อง 2 ไปอยู่สายวิทย์ห้อง 3

    อ่อ ช่วงนั้น ไปหลงรักพี่โม…โครตจะรอ รอโครตๆ    มี เอ คอยเอาจดหมายไปให้พี่เค้า โห้ๆ พี่เค้าอยู่รุ่น9 ห้อง6 ก็คง เด็กห้อง 8 ในปัจจุบันซินะ
    (…อีนี้ทำไมชอบเด็กห้อง 8         ช่างเห้อ ไม่ใช่ประเด็น)
    เคยคุยโทรศัพท์ด้วย แต่ว่า น้อยมาก ฮ่าๆ โครตกลัวพี่เค้าเลยจริงๆ กลัวว่าเค้าจะไม่พอใจ ไม่ชอบ กลัวหนีหน้า
    แต่สุดท้าย เรานี้แหล่ะ ที่หนีหน้าเค้าเอง    เห้อ~

    วันที่ปฐมนิเทศม.4    ก็ได้เข็มเสมามาปัก
    คิดในใจ  ชีวิตกูนี้มี 2 เข็มเนอะ เข็มตราสวนกุหลาบ กับ เข็มเสมา



    วันแรกที่เจอเพื่อน

    “เยี่ยม”…เพื่อนที่มีชื่อเสียงอื้อฉาว แต่ก็หล่อดี ตัวเล็กๆผิวขาวๆ กลุ่มโม จากห้องGEP เดิม  เจอกลุ่มที่แบบ  เหมือนสมัย   ม.1 เลย  เฮฮาจนไม่เป็นอันเรียน     คิดในใจ  กูอยากกลับไปเรียน GEP ฉิบหาย!!!!!  แม่งเอ๊ย กูมาเรียน ไม่ได้มาเล่น

    เพิ่งรู้จัก ไพ่ ก็ตอนม.4 เหล้าเบียร์ ก็ตอนม.4      ตอนนั้นคุยกับพี่ๆ เค้าบอกว่าเป็นเรื่องธรรมดา     อ่อ ใช่ ตอนนั้นอยู่ชุมนุมกองร้อยพิเศษด้วย รู้จักพวกพี่โอ พี่ป๊อป พี่อังยี่ พี่แอร์ พี่ฐา(หมอธรรมศาสตร์เว้ย)  อันนี้รุ่น 10       รุ่น 9 นี้  เราจำพี่ไม่ได้      รุ่น8 นี้พี่ปัด      

    ตอนเช้าเชิญธงขึ้นเสา โครตเท่ ฮ่าๆ ตอนวันงานโรงเรียนเป็น รปภ. มีแม่กาญเป็นอาจารย์ที่ปรึกษในชุมนุม  แต่ก็นะ พอม.5 เราก็ออก เพราะ ว่าเค้าเปลี่ยนสังกัด ไม่ใช่กองร้อยพิเศษ แต่เป็นงานสารวัตินักเรียนแทน

    ก็เลย

    ทำให้เราอยู่

    ชุมนุมเชียร์และแปรอักษร

    มาถึงทุกวันนี้

     

    ช่วงม.5    ติดกลุ่มรุ่นพี่มากๆ กลุ่มพี่อีฟ พี่กิม พี่กาน ฮ่าๆ ก็พี่เค้าน่ารักดี แล้วก็ก็ยังไว้ผมสั้นอยู่ เท่าติ่งหูเลย 
    ก็ยังอยากให้พี่โม จำเราได้ เลยอดทนไว้ แถมไม่อยากมีปัญหากับอาจารย์อีก  โครตเป็นเด็กดีในสายตอาจารย์ แหะๆ แต่ก็นะไอ้เด็กดีๆคนนี้ก็ เริ่มหายหน้าจากห้องเรียน ไปทำงานอยู่ห้องเชียร์  เพื่อนฝูงเริ่มผิดสังเกตุว่าแม่งหายไปไหน 

    ก็เจอรุ่นพี่แปลกๆดี เจอสังคมใหม่ๆ  เจอพี่ที่ทำให้เราสู้ให้เต็มที่จะได้ไม่เสียใจ สอนงานเราแบบอ้อมๆ สิ่งที่เรามีวันนี้ก็อาจจะแบ่งมาจากพี่เค้านิดนึงละมั้ง

    ถึงพี่เค้าจะไม่ได้อยู่โรงเรียนเดียวกับเรา   แต่เราก็รักพี่คนนี้มากๆเลย
    ถึงเค้าจะไม่ใช่คนที่ประสบความสำเร็จในชีวิต แต่ก็นะ เคารพและยกย่องยังกับไอดอลของเราต่อไป…แล้วก็ทำให้หนูร้องไห้ ฮ่าๆๆๆ - -“) ผู้ชายที่ทำให้เราเสียน้ำตาเป็นคนแรกเลยน้า   จะดีใจไหม
    พี่เค้าเคยบอก

    พี่แพ้น้ำตาผู้หญิง
    ;p

    แถมเวลาทำงานก็นึกถึงหน้าดุๆของพี่เค้าตลอดเลย    ฮ่าๆ    ยิ่งเวลาตอนนั้นเราทำไม่ได้ ทำไม่ได้เท่าน้อง เท่าที่เพื่อนทำได้  
    พี่เค้าถาม แล้วเราฝึกมาเท่าไร  เราก็บอกไป       พี่เค้าบอก   “ถ้าเป็นพี่นะ พี่จะสั่งให้เราทำเป็น 100เลย”     แล้วน้ำตาก็ไหลอีก ฮ่าๆ   เออ ขี้แง้ว่ะเรา

    ใจเรา มีพี่อยู่ครึ่งหนึ่งเลย ตอนทำงานเชียร์    เหมือนเราได้กดดันตัวเอง   ถึงใครจะชิว   สบายกับการทำงานเชียร์  แค่ทำไปวันๆ ตามเพื่อนไป  แต่เราคิดว่า เรามาคนเดียว        เราต้องการหาคำตอบของการมีชุมนุมเชียร์และแปรอักษรมากกว่า แล้วก็…พบมันแล้ว

     

    ช่วงม.5 เราได้ทำคลิปสัมภาษณ์พวกพี่ๆในชุมนุมเชียร์ ประธานเชียร์ หัวหน้าฝ่าย   ที่ปรึกษาศูนย์ข่าวทดลอง  และก็ประธานนักเรียนรุ่น10 พี่เซ็น  
    ลงศูนย์ข่าวทดลอง       โครตมีค่า  คือ   เราเห็นเลย ว่าพี่เค้าไม่ใช่แค่เด็กอายุ 18  ความคิดของพี่เค้าโต และ ไปไกลกว่าเรามากๆ  เห้อ คิดถึงบรรยากาศเก่าๆ ที่ห้องเชียร์กะห้องกน. อยู่ติดกันเนอะ     เห้อๆๆ

    พอจบ ม.5   โด่งก็ไปต่างประเทศ ไปเรียนที่แคนาดา ตอนนั้นก็ยังไว้ผมสั้นอยู่     แล้วก็ไปหลงชอบน้องเต้ย  อิอิ…โครตเพ้อเจ้อมากมาย เห็นน้องเตะบอลหน้าลานพระบรมรูป  ใส่แว่น ตัวสูงๆ น่ากอด โฮ้วๆ ก็แอบสนใจ ไปจนไปรู้จากน้องบูม เด็กฝ่ายศิลป์ของศูนย์ข่าวว่าน้องเค้ามีคนที่ชอบแล้ว   ใจแป้วเลยกู

    คติ “ไม่ชอบคนมีแฟน และ คนที่ไปชอบคนอื่น” 
    มันเป็นอะไรที่แบบ  มึงก็ไม่มีอะไรไปสู้เค้าอา หน้าตาก็เห่ย เรียนก็โง่ๆ นิสัยก็แย่ๆ อ้วนเตี้ยดำอีก เลยไม่ขอยืนยัดที่จะรักใคร    ตอนแรก แป้วแล้ว มีเรืองให้แป้วอีก คือเรื่องที่น้องไปกับคนที่เขาชอบที่เชียงใหม่  ตอนนั้นยอมรับนะ  จิตตกมากมาย แถมน้องจะไปต่างประเทศ…โครตเศร้า โว้ย!!!! 
    ไปช่วงกรกฎาคม    น้องเค้าหาเบอร์โทรเรา  โครตจำได้

     

     

     

     

    “พี่ยังชอบผมหรือเปล่า”

     

    …ช็อค….

    “พี่เลิกชอบผมเห้อ ผมไม่ใช่คนดีอย่างที่คิด”
    “ผมขอได้มะ ให้พี่เลิกชอบผม”

     

    “ครับ…พี่สัญญา”

     

    เป็นการคุยโทรศัพท์ครั้งแรกแล้วก็จบแบบ…น้องเป็นดีนะ  สิ่งสำคัญก็เป็นสิ่งที่สำคัญ
    สัญญาไปแล้ว…

    วันที่น้องมารับดอกไม้หน้าเสาธง เราก็ดันมาไม่ทัน โดนกักอยู่ตรงคนที่มาสาย
    ตอนเย็นเลยไป เศร้า หนีไปเจาะหู 4 รู - -“) แม่งก็ไม่เจ็บเท่าใจในตอนนั้นเลย ฮ่าๆ


    ก็นะ แต่ตอนนี้ เป็นพี่น้องกันแหล่ะ คุยกันสนิทใจดี…ตอบยังกะดารา ว่าไหม
    กลับมาเมื่อไรนะ จะไปกระโดดกอดเลย อิอิ

     

     


    ค่ายเชียร์เมื่อปีที่แล้ว  มันเป็นอะไรที่พิเศษดีนะ อืม     จบๆๆ
    …ฮ่าๆ สมัยม.5 โครตไม่ค่อยสนใจชีวิตคนอื่นเท่าไร    แต่พอมาม.6 จากหลังตีนก็เป็นหน้ามือเลยหะ สำหรับการเปลี่ยนแปลงๆหลายๆอย่างในชีวิตเรา   ตั้งแต่ตัวเรา  กับครอบครัว   กับเพื่อน   กับพี่  กับน้องๆ  กับโรงเรียน

    พอขึ้นม.6  เราทำค่ายปฐมนิเทศ เตรียมงานให้น้อง สอนน้อง คิดนู้นคิดนี้ เตรียมสอบตรง  วุ่นวาย ส่วนเรื่องหัวใจก็อย่างที่กล่าวไปข้างต้น
    มีวันหนึ่งที่ รุ่น 9 กลับมาจัดงานคืนสู่เหย้า เจอพี่โม โครตน่ารักมาก เปลี่ยนไปเยอะ แต่เราก็หนีหน้า  เห้อ  แค่บอกตัวเองแหล่ะ     ว่าจะไม่ให้มันเป็นอย่างนี้อีก   เพราะเรา ไม่เคยให้โอกาสตัวเองกับหนทางอื่นๆมากกว่า ที่จะยอมรับมัน   ที่จะสร้างความประทับใจแรก  ก็นึกแค่ว่า ถ้าอยากรู้จักก็ต้องให้เห็นความดีที่คอยๆเติมให้กัน แต่บ้างทีมันก็ไม่ใช่เลย    เราต้องคว้าโอกาสที่จะเปิดตัวเองมากกว่า

    ย้ำกับตัวเอง ขอคว้าโอกาสที่ได้เจอ ที่เหลือ  เรารู้ว่าเราทำได้

     

     

    เพียงแค่ยิ้ม…ซินะ ฮ่าๆๆๆๆ

     

     

    สำหรับคุณเธอ  เรามีความสุขมากที่มีเธอเข้ามาอยู่ในชีวิตของเรา การได้คุยโทรศัพท์ยาวนานจนเครื่องร้อน มันเป็นอย่างนี้นิเอง โทรจนเครือข่ายล้ม
    เธอที่ให้ชื่อเรียกเรามามากมาย หมวกกันน็อคบ้างเห้อ เป็ดน้อยบ้างเห้อ อาซิมกับอาแปะ   เราก็ยังจดจำเธอไว้ วันที่รอโทรศัพท์ วันที่เดินจากโรงเรียนไปปากซอยเซเว่น วันที่ทะเลาะเรื่องไอติม วันที่จูงข้ามถนน วันที่ติวหนังสือ  เป็นคนๆหนึ่งที่ทำให้เราเป็นได้ขนาดนี้   เดือน1 หนีไปตัดผมได้ 4 ทรง ถึงกับเครียด ฮ่าๆ

    เธอเป็นคนน่ารัก ถ้าใครได้สัมผัส ก็คงรักเธอได้ไม่ยากหรอก แค่เธอเปิดใจ  แต่เธอก็เลือกคนที่ใช่ มกกว่าคนที่รักอ่านะ  ก็เรื่องธรรมดานิ  คนที่ใช่ มันคืออะไรที่สุดในชีวิต แต่คนที่รัก ยังงัยก็ไม่ใช่ รักไปวันนี้ ก็มีวันต้องจืดจาง เรื่องธรรมดา

    ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกัน ว่ารักเธอได้งัย ไม่แน่ใจ

    อาจจะเพราะเราเป็นเพื่อนเหงาๆที่ดันหันขั๋วมาเจอกัน อาจจเพระเธอดันเกิดมาคล้ายน้องเต้ย แต่มันไม่ใช่ประเด็นว่าเธอเหมือนใคร แค่เธอเป็นเธอ  ก็คงหาคำบรรยายได้เท่านี้     มีทั้งขอโทษและขอบคุณในเวลาเดียวกัน  ที่สอนให้เราเรียนรู้อะไรหลายๆอย่าง  และรู้ว่าต่อไปจะทำงัย   ทำดีให้เธอได้ประมาณนี้ รักเธอได้ประมาณนี้ ไม่เข้าใจว่าสุดท้าย  เธอจะเจ็บเพราะความจริงใจหรือเปล่า แต่ก็ภวานาให้เธอโชคดี   อย่าไปเครียดมากนะ  เห้อ~ 

     

     




    เบื่อ..อารมณ์ตัวเอง

    เราจะโสดอีกปี หรอเนี้ย      โสดที่สุดในเพื่อนร่วมรุ่นในชุมนุมเชียร์
    ก็คงไม่เป็นไรหรอ…เห้อ     ฮ่าๆ

    อ่านมาถึงขนาดนี้ เหนื่อยมะ เรื่องราว6 ปีที่ใกล้จะจบในฐานะศิษย์ปัจจุบัน   สวนกุหลาบวิทยาลัย รังสิต รุ่น 11 เสด็จพระราชดำเนิน
    คุ้มนะ ชีวิตเราเนี้ย

    เพื่อนที่มีอยู่ตอนนี้ ก็โอเค เพื่อนในชุมนุม   เพื่อนในห้องก็เข้าใจเรา    เราก็มาอ่านเฟรนซิฟ คิดว่า ตอนนั้นม.4 กูเหี้ยมาก!!!   ฮ่าๆ จริงๆนะ ไม่มีอะไรดีเลย ทั้งคิดว่าทำดีมาตลอด แต่มันไม่ใช่เสมอไปหรอกสำหรับการเป็นเพื่อน ความประทับใจเพื่อนกับเราเลยไม่ค่อยจะดี แต่ก็นะ เอาฮ่าเข้าแลก ช่วงเวลาสุดท้าย ได้ถ่ายรูปกัน ได้ร่วมหัวจมท้ายกัน ก็โอเคแหล่ะ   ที่สำคัญ   ความจริงใจ การให้อภัย การประคองชีวิตเราอย่างมีสติ

     

     

    6 ปี มันไม่ได้จบแค่วันสอบวันสุดท้ายหรอก

    ความเป็นเพื่อน เชื่อเถอะ มันไม่จางหายไปตามกาลเวลา   
    วันไหน ที่นึกย้อนกลับไป เพื่อนจะอยู่ในความทรงจำของเรา 

    ความรักอาจจะเจือดจางลงได้ตามกาลเวลา แต่ความผูกพันธ์นี้ซิ มันยากที่จะลบไปได้
    เรารักเธอ

    ทุกๆคนในชีวิตเราเลย รักมากน้อยตามสถานะ แต่ขอรักต่อไปนะ

     

    โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย รังสิต…สถานที่ที่ทำให้เราได้พบกัน       

     

     

    ปล. ปีหน้า ลูกชายร้านขายหนังสือหน้าโรงเรียน ญาติพี่กิม พี่สาวของทัช เพื่อนของหนึ่ง ที่เป็นเพื่อนเรา…จะเข้าม.1 ที่สวนกุหลาบวิทยาลัย รังสิต
    สาธุ ขอให้น้องติดนะ สาธุๆๆๆๆๆๆ   พี่จะได้มาหาน้องบ่อยๆ   เขิน~

    ปี1 ชอบ ม.1 ผิดไหม  ฮ่าๆๆ เจอกันช้าไป ก้าวช้าไป อีกแล้ว

     

    จะกลับมาในฐานะนิสิตอย่างใจหวัง

    21 – 22 สอบโอเนต สู้เว้ย!!!!

    February 18

    [152] เจอเลาซือ

     

    ตอนเย็นเกือบโดนรถชนตาย      อันนี้แบบ  เรามองไม่เห็นรถุ เขาเอง  ปั่นจักรยานบนถนนใหญ่…ถนนกี่เลนว่ะ   อืม 10 เลน  รถวิ่งเยอะสัดๆๆๆๆๆ  ฮ่าๆ
    ไอ้ถ.พหลโยธิน ไปสระบุรีนั้นแล      มันก็จะมี รถจอดกินข้าวมันอยู่ไหล่ทาง     ที่นี่   เราก็ปั่นๆ   

    พอจะหักรถออกให้พ้นจากรถที่มันจอดไหล่ทาง ก็มีรถเข้ามาจะเบียดเรา  เป็นรถบรรทุกขนาดกลาง ที่ขนเพลตไปสนามนั้นแหล่ะ   
    แต่แบบ ดีที่เขายังไม่เหยียบคันเร่ง     ซัดเราเข้าใต้ล้อไปก่อน    ฮ่าๆๆๆๆ  

    ซึ่งเป็นรอบที่เท่าไรของมันแล้วเนี้ย    กะเรื่องรถ…สักวัน จะเห็นข่าว        น.ส. โดนรถบีบแหลกคาถนน…   กูจองศาลา กะ ข้าวต้ม
    ล้างท้องให้พร้อมมากินเลยดีไหม~    ฮ่าๆ…พ่อแม่มาอ่าน คงขำไม่ออก…

     

    อย่าเครียดนะ

    คนเราจะตายก็ง่ายไป บทจะตายก็ไปไวทันใจ บทจะให้ตายทำงัยแม่งก็มีคนมาช่วยขัด      
    วันไหนเราตายไป มันก็เท่าๆกัน   มันจะไปมีค่าในความรู้สึกของใครกันละ 

    ความรักมันจืดจางลงได้เลย  กะอีกแค่ความผูกพันธ์  อีก 20 ปี    จะจำได้ไหม      ว่าเรามีค่าสำหรับใคร
    ปานนั้น พ่อแม่ ก็คง อัลไซลเมอร์  น้องแม่งจะสนใจอะไร ชีวิตมัน บลาบลา…    เพื่อนก็คงมีครอบครัวใครครอบครัวมัน    ลูกสามี ไอ้เราก็ไม่มี
    จะไปอยู่ในความทรงจำใครให้เค้าไว้อาลัยให้ได้ทุกๆปี    คนธรรมดามาก…มีเหี้ยไรดี เลวไปวันๆ  ฮ่าๆ

     

    ต่อๆ   ก็ไปหาซื้อของมาส่งอาจารย์ แล้วก็  เจอเลาซือที่โรงเรียนเก่า เป็นครูภาษาจีนที่สอนเรานานโครต แล้วเป็นแม่ของเพื่อนอีก ฮ่าๆ
    แม่ง เรียนอยู่ไหนรู้ ไม่รู้แม่งจะแอดเข้าคณะไหน  เห็นเลาซือบอกว่าแม่งชิว  นั่งทำงานกลุ่มถึงดึกๆดื่นๆๆ แต่ก็อย่าไปเชื่อไรมาก แม่งอาจจะดูหนัง คลิป โหลดบิท อยู่ก็เป็นได้ ฮ่าๆๆๆ  ไม่รู้ว่าแม่งผอมลงบ้างเปล่า แต่ว่านึกถึงว่าช่วงที่ทะเลาะกัน แม่งเถียงเราไม่เก่ง ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

    ยอมแพ้เราซะงัน ฮ่าๆๆ          ลืมหน้าแบงค์ไปแล้วอ่ะ ว่าเป็นงัย

    แต่ว่า เลาซือ ก็ดูดุเหมือนเดิม    ใส่ชุดลูกเสือ…ก็นะ นี้มันวันพุธนิ    
    ฮ่าๆ รักเลาซือนะ เลาซือเป็นทั้งครูและเป็นทั้งแม่ คอยอบรมสั่งสอนพวกเรา    เป็นครูที่สอนภาษาจีนนานที่สุด ทนกะไอ้พวกลิงนี้แบบสุดๆ ฮ่าๆ 

    จำได้ว่า  เลาซือเคยถาม 

    “ทำไมเธอดูตั้งใจอยากเรียนภาษาจีนจัง”

    “หนูก็แค่อยากเอาไปคุยกับเพื่อน…”

     

    นั้นซินะ  พอเราตั้งใจทำอะไรสักอย่าง ไม่เคยทำเพื่อตัวเองเลย ทำให้แต่คนอื่น   อย่างเรื่องเรียนภาษาจีน    ก็แค่อยากเอาไปคุยกับ     ไอซ์ เพื่อนที่เป็นลูกครึ่งสิงค์โปร์ เท่านั้นเอง  แต่ก็  ไม่ทันไร  ไอซ์ก็ย้ายไปอยู่สิงคโปร์แบบถาวร…..แล้วความตั้งใจ ของเราก็ลดลงตามวัย…

     

    เอาเป็นว่า  โชคดีที่ได้เจอเลาซือ
    เห้อ…ต้องไปปั่นงานกับอ่านหนังสือต่อแล้วหรือนี้     

     

    ปล.  ออนเอ็มไป ก็ไม่มีใครชวนคุย เปิดดูบันทึกสนทนาระหว่างเรา         ทำไม ตอนนั้น กูเหมือนโดนหลอกใช้เลยว่ะ ฮึฮ่าๆ เอาน้าๆ คิดมาก ลบๆทิ้งดีกว่า มันจบแล้ว   เห้อ~  

     

    เฮ้ย! นึกออก    มิ้ม   สาวน้อยที่เจอในสนามสอบตรง มศว ณ รร.หอวัง (อิอิ)…  
    บอกว่าจะไปสอบโอ-เนตที่สนามสอบสวนกุหลาบ (อิอิ)    แต่ว่ามิ้มบอกว่า  

    มิ้มไม่อ่านหนังสือแล้วเพราะได้ดุสิตแล้วงัย พวกทำอาหารอะไรประมาณนี้ ดีเนอะ ตามฝันตัวเองต่อไป   ต้องไปให้ถึง  
    สักวัน เราคงได้ไปชิมฟรีไหม ต้องติดตามดูต่อไป

    ไอ้แจงสู้ๆ…มึงยังไม่ติดสักทีเลย   ชิวเกินไปไหม ฮ่าๆๆ

    อยากเจอเธอ            จริงๆ

    [151] รัก…ไม่ต้องการเวลา

     

    ฉันเพิ่งเข้าใจว่ารักเป็นอย่างนี้  ฉันเพิ่งเข้าใจเมื่อได้มาเจอกับตัวเอง   
    เสี้ยวนาทีก็มีความหมาย  เปลี่ยนโลกได้ทั้งใบ  ฉันเพิ่งรู้ในวันนี้

     

    รักไม่ต้องการเวลา

    ลมหายใจเหมือนหยุดไปในห้วงนาทีนี้

     

     

     

    ทั้งหัวใจลอยหลุดไปทันทีที่สบตา

     

    เธอหยุดยั้งวันเวลาแค่เราได้พบกันในวันนี้

    ได้พบเจอกับเธอ

     

     

    - เพื่อรักเธอ -

     

    ปล. พรุ่งนี้ ต้องเอางานไปส่งอาจารย์ 2 ชิ้น เพื่อแก้ตกอังกฤษ   สอบแก้ตกอีก 1 วิชา ลิมิตฟังก์ชัน
    กะว่าตอนเย็น 5 โมงวันนี้    จะไปหาพ่อก่อนแล้วไปซื้อของไปส่ง  

    เมื่อวาน ร้องไห้   ร้องอยู่ในใจ  ถามว่าเจ็บไหม มันไม่มีให้เจ็บ   เพราะเราปลดมันออกตั้งแต่วันที่คุยกับน้องตี๋แล้ว    

    ใครไม่เคย มันไม่รู้หรอก    ถึงจะยิ้ม หัวเราะ สดใสแต่ข้างในมันเป็นอย่างนี้…แสดงไปเพื่ออะไร ร้องไห้ให้ได้อะไร   ใครจะบอกว่า มาให้คนอื่นปลอบ
    มาให้คนมารู้สึกผิดถึงความเศร้าที่เรามี  มันได้อะไร    จะบอกว่าสดใสร่าเริงโดยทำร้ายใจอีกคน มันมีความสุขก็บ้าแล้ว!   ที่ทำแบบนั้น เพราะรักษาช่องว่างไว้  ไม่ให้อีกหลายๆคนต้องเป็นห่วง    แต่ใครจะคิดงัย  มาถามว่าไม่รู้สึกอะไรหรืออย่างไร

    สุดท้ายจะมองหน้ากันต่อไปอย่างไร
    จบๆๆ…แค่เคยผ่านอารมณ์แบบนี้นิ เข้าใจโครต

    เราผ่านไปได้แล้ว   นานแล้วด้วย   เชื่อดิ    ว่าจะไม่ย้อนกลับเป็นไอ้แจงคนเดิม  คนที่ไม่มีค่า คนที่เป็นเด็ก คนที่ไม่มีดีอะไรให้ ”รัก”
    ไม่มีวัน สัญญากับตัวเอง        เราแมนพอว่ะ  ที่จะรักผู้หญิง  ที่เป็นเรา เป็นตัวเรา

     

    ขอบใจนะ ที่พาผ่านเรื่องวันนั้น
    โชคดีที่มีเธอ…ซึ้งมะ
    ขอบใจนะคะ…

     

     

    เรียนรู้ตอนนี้ดีกว่าไปเจอตอนที่เรามีภาระว่าไหม   โตไป   เราเจอเรื่องแบบนี้ มีงานให้ต้องทำ มีพ่อแม่ให้เลี้ยงดู มีหนี้ให้ต้องจ่าย 
    ตอนนี้แค่เรียนหนังสือยังเดียว กับเจอเรื่องแบบนี้   ถือว่ามันเป็นโชค ที่ทำให้เจอเหตุการณ์แบบนี้แล้วสอนให้เราผ่านมันไปได้ 

    เราต้องผ่านมันไปได้ซิว่ะ…ไม่เศร้าน้า ไม่เศร้า


    เห้อ   โล่งๆๆๆๆ   กลับไปอ่านหนังสือต่อดีกว่า    รักตัวเองๆๆๆๆๆ โย่วๆ!!!

    February 17

    [150] TAG------ เพื่อน กะ แฟน…โดนมะ?

     

    (เป็นแถกที่……..มาก…มาย…..อืม  แต่สุดท้ายแล้ว ไม่มีไรจะเสียเท่านั้นเอง)

    กติกา

    - กรุณาระบุความจริง....

    -ห้ามกังวล/กลัวว่าใครจะเข้ามาอ่าน (กลัวทำไมล่ะ..คนตั้งเยอะ...)

    -ไม่ต้องสงสัยว่าทำไมมันสะเปะสะปะ อะไรก็เกิดขึ้นได้ถ้ามีปาปริก้า~~

    -ทุกข้อที่กล่าวมาแหกกฏได้....เช่นเคย (แล้วจะตั้งทำไม-*-)

    .

    .

    1.บอกชื่อ และ อายุ

    - แจง     18.67

    2.มีแฟนแล้วยัง

    - ยังไม่เคยมี

    3.แล้วเพื่อนล่ะ

    - เพื่อนกับแฟนแทนกันไม่ได้…ไม่ใช่แหล่ะ มีฮะๆ

    4.ความนิยามของ แฟน คืออะไร?

    - คนที่มีหัวใจ รักฉัน มีเวลา เข้าใจคำว่า “แฟน” แล้วเรารักเค้าและเรียกเค้าได้เต็มปากเต็มคำว่า“แฟน”

    5.คำนิยามของ เพื่อน คืออะไร?

    - คนที่ใจเราบอกว่า  “เพื่อน” ไม่มีอะไรมากไปกว่านี้

    6.ข้อพิเศษของแฟนที่มีให้เรา

    - คนที่ไม่อ้างเหตุผลกับคำว่า ”รัก” แต่ผูกพันธ์และห่วงหา

    7.ข้อพิเศษของเพื่อนที่มีให้เรา

    - คนที่ไม่บอกคำว่า “รัก” สักคำ แต่สิ่งที่มันทำมันมากกว่าคำว่า ”รัก” เสมอ

    8.กรุณาบอกคำที่ใช้กับแฟนบ่อยๆ

    - เราไม่เคยมีแฟน…ไม่เคยมีสักคน  แค่อดีต!

    9.กรุณาบอกคำที่มักจะใช้กับเพื่อนบ่อยๆ

    - มึง… ไอ้… ชื่อเพื่อน

    10.เวลาไปเที่ยวกับแฟนแล้วจำเป็นต้องใช้ตังค์คุณจะ...

    - เราขอโทษ…เรามีตังค์ไม่พอ เธอพอจะช่วยเค้าได้มะ

    11.เวลาไปเที่ยวกับเพื่อนแล้วจำเป็นต้องใช้ตังค์ คุณจะ

    - มึง…ออกให้กูนะ  กูยังไม่มี…  ออ ไอ้…ติดตังค์กูอยู่ มึงออกนะ

    12.เวลาคุณกับแฟนทะเลาะกัน คุณจะทำยังไง

    - จบๆ!!! พยายามขอโทษก่อน ไม่ให้เรื่องแม่งบานปลาย พอเรารู้ว่าอารมณ์มันขึ้นแล้ว     เราต้องนิ่งกว่า พยายามบอกให้จบแล้วต่อมุขฮาๆ  แถๆไป ให้สบายใจ

    ลืม…กูไม่เคยมีแฟนนิ

    แค่อดีตซินะ ที่ยังไม่ข้ามเส้น

    13.เวลาเพื่อนกับคุณทะเลาะกัน คุณจะทำยังไง

    - มึง ฟัง กู!!!   กูคิดงี้ มึงคิดงัย ไอ้สาดดดด มึงทำงี้ เพื่องี้ จบงี้ กูงี่ๆๆๆ พยายามอธิบาย พยายามทำให้เข้าใจ ไม่จบ ไม่ให้ไป ต้องให้เครียร์ เสียน้ำตา ต่อยตาแตกก็ยอม กูไม่ยอมเสียเพื่อน…เพราะปัญหาทะเลาะกันเนี้ยหรอก

    14.เมื่อแฟนพูดจา/ทำอะไร ที่ทำร้ายจิตใจคุณ คุณจะ...

    - คิดมาก…แต่จะเก็บไว้     รอวันที่จะร้องไห้แล้วจบ!!! ไม่ยื้อ!!!!

    15.เมื่อเพื่อนพูดจา/ทำอะไร ที่ทำร้ายจิตใจคุณจะ...

    - ไม่คิดไรมาก   อาจจะแวบๆคิด แต่บอกตัวเอง  อย่าไปอะไรมาก สันดานมัน ฮ่าๆ

    16.คุณมักอยู่กับแฟนเวลาไหน

    - เวลาว่าง

     

    ใครได้เราเป็นแฟน จะน้อยใจไหม ฮ่าๆๆ ส่วนใหญ่เรามีเวลาว่างทุกวันนะ เห็นได้จากการออนเอ็ม ฮ่าๆ

    17.คุณมักจะอยู่กับเพื่อนเวลาไหน

    - ทุกๆเวลา

    18.เวลาโทรศัพท์กับแฟน คุณใช้เวลานานเท่าไหร่-ช่วงเวลาไหน

    - ทั้งวัน…ปิดเทอม…กลางคืน    

     

    แม่งโทรมาปลุกกูไหม   ตี1 เที่ยงคืน  ไม่ใช่คนที่ใช่ ก็ปล่อยกูไป~
    - -“) อาหร่าย ไม่มีไรสักหน่อย…  

    19.แล้วกับเพื่อนคุณล่ะทีนี้?

    - ไม่    กูเปลื้องตังค์ (ฮ่า)

    20.เวลาแฟนเสียใจ คุณจะปลอบยังไง

    - โอ๋ๆ  ไหล่พี่ยังว่างนะน้อง!!!! (เราพูดกะเค้าคนเดียว…และคนสุดท้าย)
       เราลืมแล้ว ไหนๆ เล่าจิๆๆ ไม่โกรธแล้ว ไหน เล่ามาจิ  ทำใจก่อนนะ มาๆๆเล่านะ  ให้ได้สบายใจ ให้คืนนี้มีเราสองคน หลับฝันดีนะค่ะ (อ้วกว่ะ กู ทำไปได้~ หมดความแมน...)

    21.เวลาเพื่อนเสียใจ คุณจะปลอบยังไง

    - มึงเป็นไร….   ถามๆ แล้ว ชี้ทางสว่าง แต่ถ้าแม่งไม่บอก ก็จะบรีฟ  เห็นกูเป็นเพื่อนไหม  คำเดียว จอด…(หมายถึงกูจอดใช่มะ…) ก็พยายามเครียร์ให้เพื่อน แต่ถ้าแม่งไม่ดี ก็จะด่า(ส่วนใหญ่ ด่า ก่อน)…
    ก่อนจะร้องไห้เป็นเพื่อน  

     

    22.ถ้าถูกแฟนบอกเลิกล่ะ....

    - หนีไปตัดผม…ให้สั้นๆ    ( 1เดือน  มีใครเปลี่ยนทรงผมได้มากมายเท่ามึงบ้าง…สั้นอยู่ติ่งหู แม่งยังตัดได้)

     

    หนีไปเรียนแม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย เอาเห้อ มันจบแล้ว เดินทอดน่องให้รถมันชนตูด 
    คุยกะคนใหม่ๆรุ่นน้องรุ่นพี่ให้สบายใจ  แล้วเอาพี่เป็นแฟน

     

    23.ถ้าเพื่อนเลิกคบคุณล่ะ

    - กูผิดตรงไหน…กูแค่เลว กูก็แค่เด็ก กูแค่ไอ้อ้วนเสียงดัง     บอกมา มาเข้าใจกันใหม่ได้ไหม

    24.ความแตกต่างระหว่างเพื่อนกับแฟนในความคิดของคุณคือ?

    - การยึดติด   ช่วงเวลา   ความเป็นเจ้าของ    การแสดงออก

    25.สิ่งที่ทดแทนกันได้ระหว่างเพื่อนกับแฟน

    - ตัวเราเองและครอบครัว

    26.เพื่อน กับ แฟน คุณให้กับความสำคัญกับใครมากกว่า?

    - เพื่อนว่ะ   แฟนไม่มี ถึงมี แม่งจะยั่งยืนเท่าเพื่อนรึ   เอาเพื่อนเป็นแฟนก็อีกอย่าง

    27.ไม้ตายที่ใช้ในการสร้างแฟน

    - อีสเทอร์…โป๊ะ ลากเข้าห้อง

    28.ไม้ตายที่ใช้ในการสร้างเพื่อน

    - ใช้ความฮา กับความจริงใจ จริงจัง เข้าแลก

    29.เพื่อนกับแฟน ใครอยู่ด้วยแล้วรู้สึกดีกว่ากัน

    - ดีคนละอย่าง

    30.วันนี้ 30ข้อแฮะ..จบละกัน เดี๋ยววันหลังหามาให้ทำอีก

    - ถ้าเพื่อนคนนั้นมาอ่าน จะรู้สึกงัย  เราก็รักเธอ…สั้นมะ   แล้วงัย ก็ไม่ใช่คนที่รัก และ คนที่ใช่ ให้ทำงัย

    เธอควรอยู่ในที่ๆควรอยู่   ขอให้เธอจำสิ่งที่ถามให้ได้ ว่าเธอเจอคนที่ใช่ ฉันจะทำอย่างไร  นี้งัย 
    คือสิ่งที่ฉันทำ     ความหวังดีและจริงใจจะมีให้เธอ  เธอเห็นมะ ไม่เห็น หรือ บทจะโง่ก็โง่ ก็แค่นั้นเอง
    ที่ไม่คุยต่อหน้ากันเลย ก็เพราะ มันจุก    อีก 1 วันเอง ฮึๆ   ค่ายไร ถ้าใจไม่แข็งแรงพอ ก็จะไม่ไป
    ขอเราไม่อยู่กับเธอดีกว่า หลังวันงาน เราเจ็บพอแล้ว ที่อยู่ใกล้เธอทั้งคืน เรื่องราวดีๆที่มีให้กันวันวาน มันจะทำร้ายเราในภายหลัง

    เราร้องไห้เกิน 5 ครั้ง เราพอแล้ว   เกลียดผู้ชายแหะ! เอาเถอะ อีก 2 ปีไม่มีแฟน จะเบี่บงเบนแล้ว!!! วู้!

     

    ** 31.(พิเศษ)....ถ้าแฟนมีกิ๊ก...คุณจะทำยังไง?

    - เราดีไม่พอ หรือ เธอไม่พอสักที!!!   ฉันจะไม่ทำให้เธอเสียใจ แต่ขอให้เจ็บกว่าฉันเป็น 1000 เท่าก็พอนะ

     

     

    ปล.  วันเหี้ยๆ ผู้ชายเหี้ยๆ ความทรงจำดีๆ มีค่าไร      แค่เธอพยายามเอาใจ แค่อดีต     แล้วตอนนี้  ฉันจะอยู่อย่างงัย กับวันนี้ที่มันไม่ใช่!!!!!

    ลูกมาม้าร้องไห้     ฉันร้องไห้   แค่กลับไปคิด ผิดไหม ที่เลือกเธอ       ใช่ซิ   ผู้ชาย มันมีทางเลือกหมดแหล่ะ  
    บอกให้รอ สุดท้ายงัย  เจอคนที่ใชนิ เรามีดีไปแย่งที่ไหน  ชิ ก็แค่ผู้หญิงโง่ๆคนหนึ่ง  ที่ว่าเก่ง เจอผู้ชายก็ยอมแพ้ทุกราย  
    ใช่ซิ ผู้ชาย จะรักใครชอบใครก็ได้นิ ประชากรมันน้อย

    เสียน้ำอสุจิไป 5 เคลิง ก็ทำให้ผู้หญิงทั้งโลกท้อง แต่ผู้หญิงนี้ซิ ไข่เพียง 1 ใบ ต่อครั้ง ไหนจะอุ้มท้องอีก 9 เดือนรับกรรมที่ผู้ชายทำ 

     

    โถ่เว้ย อารมณ์เสีย

     

     

    แต่ก็ รักเธอ…ทำดีได้เท่านี้    สักวันฉันจะหายดี...ฉันหายแล้ว แต่สิ่งแวดล้อมมันย้ำเตือน ให้ตายเถอะ!!!!!!!

    - -“) อยากหาคนถ่ายรูปรับปริญญาคู่กับแม่เราจัง…อีกไม่กี่อาทิตย์ซินะ ฮ่าๆ

    February 16

    [149] เมื่อเรา…เขินว่ะ

     

     

    “เย่ๆ   ได้ปากกาคืนแล้วว่ะ”

     

    โอ้ดพูดงี้เราก็แย่ดิ…….ไม่ได้ขโมยนะ แค่ยืมแล้วเพิ่งคืนให้ก่อนสอบ
    นึกว่าจะไม่เจอเสียแล้ว กะว่าจะซื้อแท่งใหม่ให้เลย แต่ว่าลืม เพราะเมื่อเช้าซื้อโบว์กับยางลบก็เกือบหมด
    ลืมเรื่องปากกาของเธอไปเลย  

    เพื่อนเธอถามว่า ว่า “ใครว่ะ”        เธอบอกว่า      “คนที่ยืมปากกา”
    ก็แอบดีใจ ยังน้อย ความทรงจำของเขาวันนี้ ก็มีเราบ้างแหล่ะ อาจจะสั้นแล้วจางหายไปเพียงข้ามคืน  แต่ก็มีความหมายกับเรา

     

    เพื่อนก็ไม่ใช่  คนแปลกหน้าชัดๆ แต่ก็ ดีใจนะ
    …ดาว้องก์ ทำให้เราใกล้ชิดโอ้ดขนาดนี้ โอ้ แม่เจ้า~ ( แต่เจอวันจบคอร์สพอดีเลยนี้ดิ…เห้อ~ )

    ……………………………….

    น้องกิ๊ฟทักเรื่อง กระเป๋าลายกาฟิว ไอ้แมวอ้วนๆส้มๆ
    ใจจริง ไม่ได้สังเกตหรอกว่าลายไร ก็แค่ช่วยน้องยิมถือ แต่พอน้องทัก อ้าว ฉิบหาย…
    ส่งคืนกลับน้องทันที…

    ”เอากาฟิวกลับไปเห้อ”…หมายถึงทั้ง 2 นัยยะแหล่ะ เห้อๆ

    เห้อ ชื่อย่อที่อยู่ในเมมเบอร์ในเครื่อง เท่านั้นเอง แต่มันเป็นอดีตไปแล้ว
    น้องกิ๊ฟก็พยายามดันเรา ให้เดินใกล้ๆคุณเธอ แต่ เราก็เด้งๆออกมา แล้วมากระโดดเกาะน้องฝนแทน  เกาะแขนคนอื่นไปทั่ว ฮ่าๆๆ มีความสุข
    แต่เราไม่เคยคิดจะไปส่งคุณเธอเลยนะ แอบไปส่องเฉยๆ แต่ก็ ทำไมชอบเดินตามหลังมาทุกที ไม่เคยให้เราเดินตามหลังเสียที
    เห้อ ช่างเห้อ เขาไม่สังเกตหรอก…ไม่หรอก ก็แค่ทางผ่านไปหน้าโรงเรียนเท่านั้นเอง อย่าคิดมากๆๆ

    จะว่าไป เรื่องมันก็มีอยู่
    วันนี้มิ้งเอากระดาษมาให้เขียนเฟรนชิป ตอนก่อนสอบวิทย์กาย…อารมณ์กูอ่านหนังสือไม่ทัน มาทำให้ใจเราหลุดคิดฉิบหาย แต่ก็ ฮ่าๆ 
    จะเขียนไรดีว่ะ นึกในใจ ฮ่าๆ ก็ถามๆไป เหมือนจะไม่รี แค่มิ้งจะเข้าไปคุยยังเดินหนีเลย…แต่ให้เราเชื่อใคร…
    คุยกันตอนเที่ยง ไม่รู้ใครเปิดประเด็น…ปูนบอกว่ารีเทริน ชัวร์ๆ   แต่ปิงบอกไม่รี  เพราะบอกว่า ไก่บอกแม่งมีปัญหาเยอะ    
    แต่ถามเจ้าตัวแล้ว ก็ไม่ตอบ     เราเลยตัดบท   เรื่องของคุณ…แล้วกูเป็นใคร

    เหตุผลของใจ ไม่เคยเชื่อได้เสมอ
    มีแต่เหตุผลของวิทยศาสตร์นู้น ที่พิสูจน์ได้ 100%

    เราจะไม่เชื่อเหตุผลของใครอีกแล้ว!

    ไม่ใช่ไม่รับฟัง ขอยกเว้นแค่เรื่องความรักและหัวใจก็พอ      มันเชื่อไม่ได้จริงๆ อย่าเอาใจไปแขวนไว้กับเรื่องพรรณนี้ให้เจ็บช้ำเลยดีกว่า     

     

    กลับไป เพราะ ความผูกพัน หรือ ความรัก
    ถามใจ แล้ว ตอบตัวเอง

    --------------------------------------------------------------------------------------

    วันนี้แคทร้องไห้ตอนทำข้อสอบวิทย์กาย
    …ไม่แน่ใจเรื่องไร แต่อยากให้แคทยิ้มสู้!!!…เลยส่งข้อความไปตอน 5โมงเย็น
    หลังจากนั้น ก็ส่งให้เพื่อนๆ สู้ๆๆ เพราะ เราเอากำลังใจมาให้    คนเราต้องผ่านมันไปได้   

    เช่นเดียวกับลูกของมาม้านะค่ะ
    หนูผ่านมันไปได้ แค่ตอนนี้เราไม่มีศรัทธาเท่านั้นเอง   เรียก “ศรัทธา” ในตัวหนูกลับมานะ แล้วก้าวผ่านมันไปให้ได้

    เช่นเดียวกับคนที่แอบอ่าน…อิอิ เรารู้นะว่ามีใคร
    (เราจะเขียนจนกว่าจะถึง 999 บทความ เชื่อมะ)

     

    ส่วนเรานะหรอ  แค่รู้สึก ก้าวช้าไป     พลาด…  หรือ ต้องรอ…

    เพิ่งรู้ว่าลูกชายป้าร้านหนังสือหน้าโรงเรียนเรา น่ารัก ตรงกับชายในฝันมากๆ
    อ้วนๆ น่ากอด  ตี๋   ใส่แว่น  ยิ้มเก่ง  ผิวขาว  สูงพอประมาณ    อ๊า~ แพ้ทางเด็กแว่น

    - -“) แต่ ให้ตายเถอะ…. อีก 2 วัน สอบเสร็จ  ก็ไม่ได้เจอแล้ว     
               ขอโทษ ก่อนหน้านี้ที่พี่ติดไก่ ฮ่าๆ มาหาน้องช้าไป   ไม่เจรงงงงงงงงงงงงงงงงงง  ง่า~

    จบๆ..น้องน่ารักมาก

     

    -------------------------------------------------------------------------------

    วันนี้ คุณเธอ พูดคำเดิม  4 รอบ


    “อ่านหนังสือบ้างนะ”

    “อ่านหนังสือบ้างนะ”

    “อ่านหนังสือบ้างนะ”

    “อ่านหนังสือบ้างนะ”

    - -“) สะกดจิตชัดๆ แม่ม…  

    ก็โทรถามเรื่อง ม.เกษตรนี้แหล่ะ ที่มันลืมสาขาที่สมัคร  เห้อ  วันนี้เห็นเอกสารระเบียบการ ก็บอกให้มันไปหามาดู
    โทรติดต่อที่ภาคคณะเอา…เพราะ ไปหาอาจารย์แนะแนว      ก็ไม่เจอ เห้อๆๆๆ ที่งี้ก็บอกว่าแบ่งเวลาเองได้  อืม…ด่าเราเมื่อวานนิ เห้อๆ

    ไปสะกดจิตตัวเองอ่านหนังสือ  ดีกว่าเนอะ

     

    ดูMV นี้ น่ารักโครตๆ ชอบๆๆๆ
    แพ้ทางเด็ก นางเอกที่โก๊ะๆ ดื่ม…ก็เหมือนเราเลย อ๊าส~  

    สู้ๆ ทำให้เต็ม โย่วๆๆๆๆๆ

     

     

     

    ปล ใครตาดี หูดีบ้าง…ฮ่าๆ กรรเชียงly ออกเสียงดัดจริตหรืออย่างไร ไม่รู้    แต่ที่รู้ กูเจอเกาหลี   อ๊าก!!!!   อังกฤษมึง…เจ๊ดโด   ปิดฝาหม้อ~
    อยากจะบอกว่า  เกาหลีกะภาษาอังกฤษแม่งเหมือนต้มยำกะฝอยทอง แดกหม้อเดียวกันไม่ได้ ประมาณนี้
    เกาหลีชนก็นะ แย่กว่ากูอีก        มึงไม่มีดิกชันนารีใช่มะ…พยายามหาคำแปลมาก จนนั่งอ่านคอมเม้น เกาหลีเถียงกะฝรั่ง เจ๊ดโด ฮ่าๆ แอบฮา
    - -“)

    พอเห้อ    มึงจะเอาอะไรไปสอบ

    จบข่าว

    February 15

    [148] Tag-----Valentine

    ------------------------------------------------ [Tag] Valentine -------------------------------------------- 

    วาเลนไทน์ปีนี้อยากให้ช็อกโกแล็ตใคร?
    - พ่อแม่

    คุณมีเรื่องอะไรอยากบอกคนๆนั้น...?

    - เรารักเธอ และจะทำดีต่อไป  กับคุณเธอ น้องเต้ย และทุกๆคนถ้าทำได้

    คุณอยากได้อะไรจากคนๆนั้น?
    - เราอยากได้เพื่อนคุยโทรศัพท์   แค่เพื่อน เท่านั้น~
    (…วันนี้เธอโทรมา เราไม่คุยอะไรเยอะ จนเธอบอกว่าเราแปลกๆ พูดแล้วพูดอีก ว่า แปลกๆ  แถมไม่ยื้อเลย เห้อ~ 
    ก็แค่รักษาหัวใจตัวเอง อย่าทำให้ตัวเองติดนิสัยไม่ดีเท่านั้นเอง )

    คุณอยากทำอะไรในวันวาเลนไทน์นี้? 
    - อยากเอาความรู้ใส่หัวให้มากกว่านี้ เท่านั้นเอง

    อยากไปเที่ยวไหน?
    - อยากไปเสม็ด(จะได้เสร็จทุกราย~)

    เปรียบเทียบวันวาเลนไทน์กับอะไร?
    - วันที่โดนคนอื่นจับผิด คิดว่ามากับแฟน แต่จริงๆ กูมาคนเดียว เห้อ!

    คิดยังไงกับวันวาเลนไทน์?
    - ต้องทำตลาดให้มากขึ้น มีการแข่งขันกันสูง แต่อุปสงค์ยังน้อย ทำให้ไม่เป็นไปตามเป้าที่ตั้งไว้
    - เบื่อ

    คิดว่านอกจากดอกกุหลาบควรให้ดอกไม้อะไรแก่คนที่เรารัก? 
    - ดอกบัว    ไหว้พระ ทำบุญ

    อยากกินอะไรในวันวาเลนไทน์?
    - กินมะระ  เพราะ มันขมไม่เท่าชีวิตที่เป็นอยู่

    .
    สรุปวาเลนไทน์ปีนี้

    ก็  ไม่ได้รับSMSกลับจาก 2 คนนั้น       อีกคนบอกว่า ขี้เกียจพิมพ์     คุณเธอ เราไม่ได้ถาม เพราะเขามีคนให้ตอบกลับแล้ว…~
    วันนี้นั่งอ่านกระทู้  มันช่างเป็นวันที่คนโพส มีแต่เรื่องอกหัก รักช้ำ อาถรรพ์ 7ปี ทั้งนั้น   อ่านแล้ว รู้สึกเก็บเอามาคิดๆๆ
    โอ้ แม่เจ้า ชีวิตเราแค่ 18 จะไปกลัวเศร้าทำไม   บ้างคนรักกันมัธยม ก็เลิกกันตอนมหาลัย   ช่วงอายุตอนนั้นผู้ชายต้องการอิสระมากที่สุดเลย ผู้ชายเลยจะขอเลิกกับผู้หญิง แต่อ่านๆไป คนเราก็เจอผู้หญิงที่โดนหลอกเยอะแยะ บ้างคนก็ทำตัวเป็นนางร้าย ทั้งๆที่อาจจะไม่ตั้งใจก็ได้  

    ใจจริงก็คุยโทรศัพท์งี้แต่แบบคุยกันเป็นเดือน แฟนตัวจริงรู้ โทรตามจิกถาม ว่ามาอะไรกับแฟนเรา   ข้อความงี้ บ้างคนอ่านอาจจะว่าธรรมดาแต่พอแฟนอ่าน อารมณ์หึงหวงมันก็ตามมาแหล่ะ เห้อ ก็เป็นเรื่อง จะยอมรึ หรือ จะสู้ แต่จำไว้

    …สั้นๆ….ผู้ชายมันเลวยิ่งกว่า…


    อย่าไปเชื่อผู้ชายมาก    บอกว่ารัก 35 วัน รักนับวันเวลา เอาให้จริงเถอะ

    คนเจ้าชู้ ต่อให้รักยังงัย ก็ไม่หายหรอก     รักเท่าไร ก็ไม่พอ    ดีก็แค่คำหวาน กับสิ่งที่ล่อต่อล่อใจ   เอาความรู้สึกของคนอื่นไปเล่น
    แต่เราก็แค่บอกว่าบ้างคนนะ บ้างส่วน เมื่อถึงเวลาที่เค้าจะหยุด (หยุดเพราะไม่มีโอกาสหรือเปล่า ไม่แน่ใจ) 
    หยุดจริงๆก็นุ้นแหล่ะ 30-40 บ้างคนอาจจะมีเมียน้อยเลย ว่าไหม…พ่อ  ฮึๆ    ( เวรกรรม )

    ก็แค่คิด  ถ้ามีแฟน ขอมีแฟนอายุแก่กว่าเรามากๆดีไหมหนอ  เรา 18 แต่รักหนุ่ม 30 งี้…ฮ่าๆๆๆๆๆ ป๋าขา รักหนูม่ะ   
    ห่างกะพ่อเรา 15 ปีเอง เอิ๊กๆๆ

    พรุ่งนี้สอบ  ปล่อยหนังสือไปแล้ว ไม่อ่าน ฮ่าๆๆๆๆ   ไม่ใช่ว่าเก่ง แต่ ชิว มากมาย ฮ่าๆๆ

    [147] AFTER VALENTINE’S DAY 09

     

    8 ปี  แล้วนะ…ยาวนานไปไหม…

     

    จู่ๆ เราก็คิดถึงบูมขึ้นมา   8 ปีเองบูมเนอะ  

    จำได้ว่า   เรายังเอาสติ๊กเกอร์หัวใจ   ติดปกคอเสื้อให้นายอยู่เลย  ส่วนนายนะเหรอ เห้อๆ บอกว่า   ”ไร้สาระ”  
    เราเป็นเพื่อนที่สนิทกัน  นายก็มองมิ้งค์ เราก็มองดาวิด (ฮ่าๆ สองคนนั้นอยู่ห้อง2 นายจำได้ไหม)   แต่ก็น่าแปลกว่าทำไมถึงรู้หัวใจตัวเองช้าไป ว่าไหม 
    ทั้งที่มีนายอยู่ข้างๆอยู่แท้ๆ

    ฉันกลับรักษาคำว่า ”เรา” ไว้ไม่ได้  ทำไมหนอ เราถึงคิดถึงนายอยู่เสมอ   ช่วงเวลาที่ผ่านมา  ชีวิตที่พบทั้งสุขและทุกข์ 

    มีนายมายืนยิ้มอยู่ข้างๆเราเสมอ 
    ไม่เคยรู้สึกว่านายจากไป นายยังยืนอยู่ข้างเรา  ให้เราได้ซับน้ำตาที่ไหล่อุ่นๆ อยู่ลูบหัวเราเบาๆ

    8 ปีที่ผ่านมา…มีเพียงจินตนาการที่โอบกอดฉันกับนายไว้คู่กัน
    น้ำตาของฉันกำลังไหล…อีกแล้ว

     


    มีช่วงหนึ่งในชีวิตเรา ที่มีอีกคนเข้ามา มันมีความสุขมากๆ  เราว่านายจำคนๆนั้นได้ไหม ที่เราเขียนถึง
    แต่ตอนนี้ “ความรัก”ของเขาที่กลับมาแล้ว

    วันนี้เรากลับมานั่งคิด เราฝันไปใช่ไหม กับสิ่งที่ผ่านมา แท้จริงแล้ว มันไม่เคยเริ่มต้นเลยตั้งหาก    เ ศ ร้ า…ตามระเบียบ     แต่ก็จะให้ดีใจดีไหมเนี้ย
    เขาเป็นคนบอกเราคนแรกเลยนะ…แถมได้ดูข้อความด้วย   เขาเรียกว่าแบ่งปันตามการ์ตูนที่ส่งให้เลย ว่าไหม
    ไม่รู้ดิ พูดไม่ออก ทำให้คิดถึงบูมขึ้นมา 

    ไม่แน่ใจว่าสุดท้าย  บูมยังเลือกมิ้งค์หรือเปล่า   ถ้าบูมกลับมาเจอมิ้งค์อีกครั้ง บูมจะยังชอบมิ้งค์อยู่ไหม   ถึงนายจะพูดว่ามีคนใหม่ แต่คนใหม่…

    คนที่รัก กับ คนที่ใช่ มันคนละคน….ปูนมันบอกมา
    นั้นนะซินะ ฉันตอบแทนเสียงหัวใจของนายไม่ได้หรอก…

    แล้วเราละ ถ้าเจอดาวิด เราจะชอบดาวิดอยู่ไหม แต่เราว่า เราไม่ เราอาจจะมอง แต่ความรัก เราเทให้อีกคนไปแล้ว
          นายคงยิ้มอยู่ที่ไหนสักแห่ง…ไม่ใช่เพราะนายเลือกใคร หรือ ใครเลือกนาย 
                  แต่เมื่อฉันเขียนถึงใคร ฉันก็ฝันถึงคนๆนั้นเสมอ  ตอนนี้ฉันเขียนถึงนาย…เราคงพบกันในฝัน  

     

    นายอาจจะไม่ดีใจ ไม่เป็นไร     เราดีใจฝ่ายเดียวก็ได้นะ   ดีใจที่จะฝันถึงนายอีกครั้ง

    พยายามนึกถึงช่วงเวลาที่เราได้อยู่ใกล้กัน  เวลาที่คุณครูยึดหนังสือของนายที่เราแอบเอาไปอ่านใต้โต๊ะเวลาครูสอน    เวลาให้ที่นายทำนู้นทำนี้ให้
    เวลานายให้เราลอกข้อสอบ   เวลาที่ฉันเจอหน้านายทุกวัน     เวลาที่ฉันมีนายนั่งอ่านหนังสือติวสอบ    เวลาที่ฉันไล่เตะนายจนจมมุม…

    แค่อยากฝัน มันไม่ผิดมากใช่ไหม ฝันนี้ที่เจอนาย

    ให้ฉันได้ร้องไห้เสียงดังไม่อายใคร ไม่มีใครว่าฉันเป็นเด็ก ให้นายวิ่งตามมาถามว่าเราร้องไห้ทำไม
    มีนายจับหัวโยกไปโยก หยิกแก้มให้หยุดร้องไห้ บีบจมูกแดงๆ “ขี้แง”ในสายตานาย 

    ให้นายอ้อนฉัน จนฉันก็ใจอ่อน เล่าให้นายฟัง…ทุกๆอย่าง

     

     

    แค่กลับไปอ่านบทความที่เก่าๆ ที่เคยเขียนบอกบูมถึง ”ความสุข” ที่เราได้รับ
    ตอนนี้ฉันเผชิญกับ “ความเศร้า”

    ฉันจะผ่านมันไปได้ไหม ทำไมมันเหนื่อยเหลือเกิน

     

    อยากกอดนายแล้วล้มตัวลงนอนอยู่คู่กันบนลานกว้างๆ ให้สายลมพัดเอาความเศร้าของเราออกไป
    มีอกอุ่นๆให้ฉันได้ซบแล้วหลับเพื่อลืมความเจ็บช้ำ    ฉันก็แค่อยากให้นายจูงมือฉัน…พาเราเดินไปด้วยกัน

     

    แม้มันจะไม่นุ่มเท่าที่ฉันต้องการ แต่ก็สัมผัสถึงความหวังดีที่มีให้ก็พอ

     

    แต่ฉันก็ชอบนะ…ชอบจับมือ

    อาจจะ”ฝัน” แต่ก็ดีกว่า “ความจริง” ที่ไม่มีใครเลย

    ………………………..

    5 เดือนนั้น มันจบลงแล้ว  และความรัก 7 ปี กำลังผ่านไป เป็น  ความรัก 8 ปี ที่กำลังดำเนินต่อไป
    บ้างคนอาจจะพบกับคู่รัก 7 ปีที่อาถรรพ์ เบื่อหน่าย ทะเลาะเบาะแว้ง เลิกลากันไป แต่สำหรับฉัน    
    เป็นความรักที่บริสุทธิ์ที่ฉันจะมอบให้

    ฉันจะอยู่เหนือหัวใจของปัญหานะ ฉันจะสู้

     

     

    ฉันรักนาย…
    ขอทำดีต่อไปเรื่อยๆ

    "ความผูกพันธ์"   ยากกว่าจะจืดจาง    แต่ "ความรัก" จืดจางลงได้...         มันไม่ใช่เรา  แค่นั้นเอง

    February 14

    [146] VALENTINE’S DAY 09 (-_-“ ) …18 YEARS…1 MESSSAGE

     

    18 ปี…กับ 1 ข้อความสุขสันต์วันวาเลนไทน์ ที่ได้รับตอนเรียนดาว้องก์ 

    ครั้งแรกในชีวิต!

    โครตๆๆ        ณ ตอนนั้น คิดว่าแบบ  SMS ดีแทคแน่ๆ ไม่ก็โปรโมต เล่นเกมส์ของซิมไวรัส
    แต่ถ้าว่า  พอหยิบออกมาดู…เฮ้ย! 

     

    …………………………………………………………….

    ตื่นเช้ามา มุ่งหน้าไปเรียนดาหว้องที่ฟิวเจอร์รังสิต   7.20 เพิ่งออกจากหมู่บ้าน พอหันจอดจักรยานได้แวบนึง
    ไอ้รถหมู่บ้านที่อยู่อีกเลน ก็มาจอดรับผู้บริสารแล้วก็รีบขับออกไป ทิ้งความอึ้ง…
    แล้วนี้เราจะรอรถอีก ครึ่งชั่วโมงอย่างนั้นหรือ

    รถก็ไม่มี

    ตังค์ก็มี 200 กะอีก 10 บาท

     

    เอาว่ะ…วันนี้เทปสุดท้าย มึงพยายามไปให้ทัน จะได้ไปกอบโก้ยของวิธีทำข้อสอบ

    เสี่ยงดวงนั่งแท๊กซี่  
    คิดในใจ   ถ้าพ่อแม่กูรู้นี้ โดนด่าแน่ๆเลย   นั่งแท๊กซี่ไปนู้นไปนี้อีกแล้ว…
    แล้ว ถ้าตังค์ไม่พอ  กูจะทำงัยดี  แย่ๆๆ แต่ก็คิดแหล่ะ ว่าคงจะไม่กวนตีนคนขับ…ฮ่าๆ
    ก็คงขอให้พี่เขาจอดตรงประมาณ สักระยะทางแถวๆ 180 บาท แล้วเดินต่อไปฟิวเจอร์เอง…ก็…ไม่รู้เหมือนกัน
    ว่าจะจอดตรงไหน  เสี่ยงดวงกับการนั่งแท๊กซี่อีกแล้ว เห้อๆ  

    แต่ก็นะ ก็มาถึงฟิวเจอร์แหล่ะ มาทัน 8.00 โมง แต่ก็ไม่ทันคนอื่นจดไป 10 ข้อ…
    ไม่เครียดๆ

    หันมาถามคนข้างหลังว่าเรียนชีทไหน หน้าไหน 

    ให้ตายเถอะ!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!

     

    O[]O นี้มันโอ้ดนิ!!!

    - -“) ตั้งแต่ม.1 เราก็สังเกตเห็นนายบ่อยๆๆ นายมันตัวสูงมากๆ ผิดจากเด็กคนอื่นๆ
    ตัวใหญ่ๆยังกับนักกีฬา น่ากอดมากๆ (ไม่ได้หื่นนะ!)   ไหนจะขาวอีก แถมตาก็โตๆ ยิ้มเหมือนลูกแมวเลย
    ชอบสะพายกระเป๋าเป๋แล้วก็ปักชื่อว่า OAT  ตัวแดงๆ…มันก็เลยทำให้เรา แอบมองนายบ่อยๆ แต่พอ เราขึ้นม.2 เรียนแบบไม่ต้องเดินเรียน เราก็ไม่เจอนายอีกเลย จนเราก็ลืมไปแล้ว ว่าเราเองก็เคยแอบส่องๆนายอยู่เหมือนกันนะ

    ใจจริง เราก็อยู่รุ่นเดียวกัน แต่ไม่เคยได้ใกล้ขนาดนี้เลยนะเนี้ย แถมได้คุยตั้ง 2 ประโยค

    “เค้าเรียนชีทไหนหรอ”
             กับ
    “เราขอยืมปากกาหน่อย”

    แต่ตอนนั้น เหมือนเราจะหันไปหลงรักพี่โมมากกว่านายนะ อย่าคิดมากๆ  โอ๋ๆๆ~
    (- -“ ไม่ดิ น่าจะเรียกได้ว่า โล่งอกไป ใช่มะ…)

     

    ก็เรียนไป ด้วยความตื่นเต้น

    แต่ว่า มันก็ไม่ใช่แค่นั้นนะซิ…….. เวลา  11 นาฬิกา 42 นาที 7 วินาที

    ริงโทรเสียงหัวเราะเด็ก(กระชากขวัญ)ก็ดังขึ้น…
    ให้ตายเถอะ สงสัยโปรโมชั่น ขายของ ซากอ้อยอะไรสักอย่าง

    แต่…มันไม่ใช่นี้ซิ



    มันคือ…SMS…ที่เต็มไปด้วยภาษาอังกฤษ 555+

    …แล้วยังเป็นSMS ในรอบ 32 วัน     นับจากข้อความใน inbox ข้อความสุดท้าย เมื่อวันที่ 13 ม.ค. 2551
    (หลังจาหนั้น โทรศัพท์เราก็กลายเป็นแค่ ไอ้ก้อนโลหะบวกพลาสติกหน้าจอดำธรรมด๊าธรรมดา~)

    …แล้วยังเป็นSMS วาเลนไทน์ข้อความแรก ในชีวิต  เกิดมา 18 ปี  เพิ่งเคยได้รับ โครตจะรู้สึกดี
    ถึงแม้ตอนนั้น ยังแปลบ้างคำไม่ออก ฮ่าๆๆ แต่ก็เข้าใจจุดประสงค์แหล่ะ

    เราควรจะบอกคำว่า”รัก” กับพ่อแม่ของเราก่อนคนรักของเรา

    ส่วนข้อความก่อนนั้น ขอเก็บไว้ใจก็พอ ชอบจริงๆนะ
    ชอบอ่านภาษาอังกฤษที่ซึ้งๆเจอแบบนี้ยิ่งซึ้งไปใหญ่เลย
    แบบ รู้สึกเพราะกว่าภาษาไทยยังงัยไม่รู้นะ  คำบ้างคำมันใช้แทนในภาษาไทยไม่ได้ 
    เอามาแต่งเป็นประโยคไทยๆ แล้วมันอธิพจน์ชัดๆ เวอร์อะไรประมาณนี้
    แต่ลองเขียนเป็นประโยคอังกฤษดิ ตอนแรกจะแปลไม่ออก ฮ่าๆๆๆ ก็จะทำให้เราเนี้ย พยายามที่จะแปล
    อยากรู้อยากเห็นตามประสาผู้หญิง พอแปลได้ก็จะมีความสุขมากมาย~
    (แต่ส่งคำบอกเลิกมา     อันนี้ก็ตัวใครตัวมันนะ~)

    เวลาเขียนเป็นไทยๆให้แฟน
    ก็คงได้แค่ ฝันดีนะ กินข้าว นอนแล้ว คิดถึง…หวานแบบ ทอดหยิบ ทอดหยอด

    แต่ถ้าเป็นอังกฤษนี้นะ เราว่า มันเหมือน เค้กที่ราดด้วยช๊อกโกแลตนะ โรยไอซิง สอดไส้ครีมสตอเบอรรี่
    ดูที่ไรก็ไม่เบื่อ ผ่าตัดแบ่งเก็บไว้ดู ก็สวยงามเสมอ แฮะๆ

    แล้วแบบบ้างคำ เค้าให้เราเป็นเจ้าหญิงงี้ เราก็มีความสุขนะ ฮ่าๆ
    มันก็ดูจะมีความสุขไปทุกๆอย่าง

     

    เลยตัดสินใจส่งข้อความกลับไปหาคนส่ง…- -“) เขียนได้สั้นมากถึงมากได้อีก
    ปานนี้ คงเที่ยวสนุกสนานไปแล้ว   ขอบคุณนะค่ะ

     

    อ่อ นอกจากนั้น เราก็ไม่ลืมส่งข้อความให้คุณเธอกับพี่สาววิดวะอีกคน
    เห้อ~  แต่ก็ยังไร้วี่แววส่งกลับ  - -“ ยังรออยู่นะ จะรอจนกว่าจะถึงเที่ยงคืนของวันแห่งความรัก
    แต่จะว่าไป  ยังไม่ได้โทรบอกรักพ่อกับแม่เลยเนอะ เห้อ     
    แต่เราก็รักกันทุกวันแล้วนิ อิอิ

     

    ขอบคุณค่ะ
    อาจจะเป็นเรื่องเล็กๆน้อยๆ แต่ ขอเก็บไว้ ณ ที่นี้ตลอดไปนะค่ะ
    พี่ชาย~

     

    ปล. ส่วนข้าวเย็นวันนี้    กิน     ”ต้มจืดมะระ”  ต้อนรับวันวาเลนไทน์สะงัน
    ฮ่าๆๆ  ถึงจะไม่มีแฟน(โสดมา 18 ปี)    ก็ยังทำให้มะระที่ว่าขม หวานได้เสมอ

    อยู่ที่ใจเรา

    โว๊!!!

     

    มะระอร่อยเวอร์ แต่เบียร์อร่อยกว่า~

    ;p

    February 12

    [145] …กว่าจะรัก…และจากเหย้า 12-2-52

    ฉันหยุดกลืนน้ำลายเล็กน้อย ก่อนจะร้องเพลงท่อนหนึ่งที่คิดออก มันก็เป็นเพลงที่จำได้แค่ท่อนเดียว
    และเป็นท่อนที่คุ้นหู   เพลงอาจจะเก่าหน่อยแล้วก็ไม่แน่ใจว่า   จะมีใครร้องตามได้หรือเปล่า
    ฉันก็แค่อยากร้องให้ฟัง

     

     

    ฉันเห็นสีหน้าของคุณเธอ
    ก็รู้ว่าคงไม่อยากฟัง  ไอ แล้วก็เดินหนีไป…

    แต่

    มันไม่ได้มีความหมายแค่เธอ สิ่งสำคัญ คือ พวกเราตั้งหาก…
    ก็ยังพยายามร้องต่อ มีลูกคอช่วยเยอะแยะ  ร้องจนจบเพลง  ดีใจจัง~

    ไม่ได้มองหรอก ว่าสีหน้าเธอเป็นอย่างไร แต่โดนใจเพลงนี้มาก



    กว่าจะรัก เท่าวันนี้

    กว่าจะมีคนมาเข้าใจ
    ต้องใช้เวลา ใช่เพียงมองตากันเมื่อไร
    อยากจะคิด ต้องจากกัน  เป็นแค่ฝันแต่ความจริงนั้น 
    เรายังอยู่เคียงข้างกัน ดั่งวันวาน

    เรารู้ว่าเรารักเพื่อนร่วมรุ่นในชุมนุมมาก    ไม่ใช่แค่เพื่อนร่วมงาน
    แต่เป็นส่วนหนึ่งที่เข้ามาเติมเต็มชีวิต ม.ปลาย


     SKR_JANG 003

    จะมีใคร ชวนเรากินข้าว+ให้ออกเงินค่าน้ำกะค่าไอติมของไอ้ประธานเชียร์
    จะมีใคร ที่ฝากเราและเราฝากซื้อของได้อีก

     SKR_JANG 002 

    จะมีใครแย่งกินหนังไก่เรา จะมีใครบอกเราให้กินช้าๆ   แล้วจะมีใครกินส่วนที่เราไม่ชอบกินแทนเรา
    จะมีใครให้เราแย่งกิน ร่วมซดมาม่าชามเดียวกัน ช้อนเดียวกัน ได้อีก…

    SKR_JANG 004

    ข้าวอาจไม่อร่อย แต่เมื่อกินกับเพื่อน มันก็ทำให้รสชาติดีกว่ากินคนเดียวแหล่ะ

     SKR_JANG 006

    จะมีใครบ้าไปกับเราได้อีก ใครจะอยู่เย็นกับเรา
    ใครจะเฮฮากับเรา ใครจะมาแกล้งเราตอนเดินบันไดด้วยกัน ใครจะถามว่าเราร้องไห้ทำไม

    SKR_JANG 007 

    ใครจะออนเอ็มคุยกับเราได้ถึง ตี5   ใครจะฝากเราปริ้นงาน  ใครจะเป็นนักเลงบางปะอิน ใครที่จะกระโดดเตะเรา

     

    วันนี้ น้องๆจัดจากเหย้าให้ 
    เป็นวันเดียวกับวันที่ไปรับหนังสือแบรน ตื่นตี 3 สระผมอาบน้ำ อ่านเสปสคุณเธออีกรอบ อ่านแล้วอ่านอีก
    เดินไปเดินมา ตี 5 โครตจะมืด เดินออกมาจากหมู่บ้านนี้ พระจันทร์ยังยิ้มให้เราอยู่เลย

    แต่ก็ ไม่ได้หนังสือ เพราะว่ากลับก่อน    ความจริง เพราะเราเข้าแถวผิด  ก็E เหมือนกันนี้หว่า แล้ว มันแยกเลขด้วย จะไปรู้รึ ก็เข้าไป แล้วที่นี้ก็นัดเจอพี่อีฟ สาววิดวะคอม ฮ่าๆ แล้วก็คุยๆกันเรื่อยจนไม่ได้สังเกตป้ายตัวเลข
    พอจะรับหนังสือก็มีปัญหาเสียแล้ว แย่เลย

    เลยลากพี่อีฟไปกินข้าวกันสองคน…แต่ในโรงอาหารเป็นร้อย อย่าห่วงๆ

    กินเสร็จก็กลับมาต่อแถวนรกต่อ  แต่พอกลับมาต่อก็เจอปิงที่รับหนังสือแล้ว ใจเราอยากต่อ ไหนก็มาแล้ว
    แต่ปิงอยากกลับเข้ามางานจากเหย้าที่โรงเรียน สุดท้ายกลัวไม่ทันงานเลยกลับโรงเรียน
    ที่นี้ก็เจอคุณเธอ ก็เลยชวนกลับด้วย แต่ว่าสัญญาณโทรศัพท์แย่มาก คุยได้ทีหนึ่งก็ไม่ได้ยินไรแล้ว
    ปิงเลยจัดการโทรแทน  ออกมาเจอกันที่ประตูวิภาวดี ออกจากม.เกษตร ไอ้เราก็เกือบทำตัวให้โดนรถชน
    - -“) ก็เห็นมันว่างๆ ก็เดิน ยิ่งจิตตกอยู่อานะ  เห้อๆ ก็นั่งรถตู้ไปก่อน ถึงรังสิตก็นั่งแท๊กซี่
    ก็ได้กลับด้วยกัน นั่งข้างหลังกัน 2 คน ปิงนั่งหน้า ช่วงอารมณ์นั้นโครตเศร้า   

    “ไปทำไมว่ะ ถ้าไม่ได้หนังสือ” คุณเธอพูดโครตแทงใจดำ
    แต่ก็พยายามคิดอีกแง่ ว่า
    “ก็อยากไปเจอพี่อีฟนิหว่า…หนังสือเป็นประเด็นรอง”  แต่ก็เศร้านะเว้ย แต่ปิงก็ให้หนังสือมาให้เราแทน

    พอมาถึงโรงเรียน ก็นึกว่ายามจะไม่ให้เข้า    แต่ที่ไหนได้ แซวเสร็จก็ให้เข้า (ฮา)


    งานเริ่ม เทียงสี่สิบห้า ไอ้เราก็วนๆกินข้าวบ้าง กินขนมบ้าง ก่อนจะมาที่ชั้น 2 อาคารสริธร2

    คุณเธอก็เข้ามาถามเรื่องSMS ว่าอยากรู้หรือเปล่า
    ใจนึง….เรื่องส่วนตัวน้า
    อีกใจนึง….รู้ก็ได้นิหว่า วัดใจไปเลย

    ”ก็ถาม รู้แล้วได้อะไร”  นั้นดิ แต่สุดท้ายก็ให้ดู เชื่อมโยงกับสเปสที่อ่านเมื่อเช้า เรื่องมันเป็นแบบนี้นิเอง
    รู้แล้ว ช็อค ว่าเรื่องจริงเปล่าว่ะ หรือกูฝันไป    ทำไมใจร้ายขนาดนี้ว่ะ…เราว่าช่วงที่จะสอบมหาโหด
    มีคนทำแบบนี้กับเรา จะคิดว่าเราดีใจไหม     แต่ใจเราก็ไม่ใช่ใจเธอหรอกนะ  เราไม่ยั่งรู้ได้

    ก็ได้แต่บอก หัวใจไม่ใช่กระดาษนะ เท่านั้นเอง คิดได้ก็ชีวิตเขา เราแนะนำได้เท่านี้

     

    เรื่องทั้งหมด ไม่เกี่ยวกะเราเลย แต่ก็ตอบไปก่อนว่าไม่แน่ ขอสืบจากศพก่อน ฮ่าๆ…

    พอคุยเสร็จก็เดินข้าห้องน้ำไปล้างหน้า สดชื่นนิดนึงแต่ก็ คิดเสียว่า เราพลาดเอง อย่าไปเครียด
    อย่าไปยึดติดกับความผิดเพราะ รู้แล้วก็ปล่อยมัน มันจะไม่มีแบบนี้อีก ไม่พลาดอีก

    SKR_JANG 009

    พิธีกำลังเริ่ม

     SKR_JANG 010

    น้องๆรุ่น12

    SKR_JANG 011

     
    SKR_JANG 012

    SKR_JANG 013

     

    เสียงเพลง ชมพู-ฟ้าอาลัย ประสานกันพริ้วไหวคล้ายกับเปลวเทียนที่น้องๆถือ
    น้ำตาเทียนก็เหมือนน้ำตาพี่ ไหลอาบแก้มไม่รู้หยุด

    ในมุมหนึ่งของห้อง ก็มีกลุ่มเพื่อน ที่คอยช่วยน้องร้องเพลง…

    SKR_JANG 014


    ไอ้ประธานเชียร์(มึงเก็กอีกแล้ว)

     SKR_JANG 017

    ไอ้รองประธานเชียร์ (ไก่…)

    รองอีกคน ไปอยู่ไหนไม่รู้ แต่ไอ้ที่ๆนั่งกันอยู่ เด็กเชียร์หมด

    SKR_JANG 015

    ลีดในรุ่น 11 (ติดบางมด   ชิวเจรงๆ~)

     

    ได้นั่งใกล้ก็ควรพอใจแล้ว…

    SKR_JANG 016 

    แต่เธอมองใคร ก็ไม่รู้ซินะ…

    SKR_JANG 018 

    ทางขวามือ

    SKR_JANG 019

    และ ทางขวามือ

    สักพักน้องร้องเพลงจบ ก็เปิดวีดีทัศน์ เป็นประมวลภาพรุ่น11

    SKR_JANG 020
    SKR_JANG 021 

    SKR_JANG 023 
    ท่านรองฝ่ายปกครอง

     

    SKR_JANG 025    เฟื่อม…
    SKR_JANG 026 เบงๆคุง
    SKR_JANG 027 เขม
    SKR_JANG 028 นั้น…บุค (เดอะโบโอเค)
    ส่วนไอ้หน้าสิวนี้ เราข้ามๆไปเห้อ…ฮ่าๆ

     

    พอพิธีบนห้องจบ ก็รอน้องๆมารับเราลงไปข้างล่าง
    แต่ก่อนหน้านั้น เราก็เชิญพี่บี้ ไปโชว์เพลงสักหน่อย กรี๊ดกร๊าดมาก(ฮ่าๆ)

     SKR_JANG 030

     

     

    เห้อ นี้เราอยู่มา 6 ปีแล้วหรอ
    เร็วจัง…

    SKR_JANG 038
    น้องๆเตรียมงานอยู่บนตึก ส่วนพวกเรานะหรอ

     

    ถ่ายรูป!!!!!!!

    SKR_JANG 032

    พอเราถ่ายเสร็จ พอบอกว่าเราละ!!! แม่งก็แยกย้ายสะงัน แง้ๆ!!!


    SKR_JANG 043SKR_JANG 042

    มึงสัญญากับกูแล้วนะ   
    ว่าจะเป็นนายแบบเปิดกล้องให้กู   เกี่ยวก้อยแล้วห้ามลืม!!!!
    กูยังยืนยันว่ามึงหล่อ จากใจกูเลย

    มึงเรียนไกลแค่ไหนไม่สำคัญ แต่มึงเสร็จกู (เป็นนายแบบต่างหากล่ะ   555+)

    SKR_JANG 031 

    โชว์หน้าลีดอีกคนกับรองประธานเชียร์ควบหัวหน้าฝ่าย

    SKR_JANG 033  กาน กิ๊ฟ แอน (ถึงเราจะหาเรื่อง แต่ก็รักนะเว้ย!)
    SKR_JANG 040 ถ่ายเอานางงามใช่มะ?

     

    SKR_JANG 034

    หน้าเชี้ยแว่น มึงเทคยามาใช่ไหม? (บ้า!! เค้ากินเบนโล!)

    SKR_JANG 035 

    เชี้ยแว่นกะป้าแก่ๆ ไม่มีไรดี~

    SKR_JANG 036

    ทำไม ปูนแม่งหน้าตาดีกว่าเชี้ยแว่นทันตาเห็น…เออ…หรือแย่ทั้งคู่

    SKR_JANG 037

    เก๋าทั้งคู่..หน้าตาไม่ดี ใช้ท่าโพสเข้าข่ม

    SKR_JANG 039

    เชี้ยแว่น…อ้วนได้อีก

    SKR_JANG 041 

    โฉมหน้าคนแย่งซีน
    จะถ่ายกับคนข้างหลัง วู้!

    SKR_JANG 046

    ส่วนไอ้เนี้ย  ประธานนักเรียนรุ่น11
    (อย่าให้มันจับไมค์)

    SKR_JANG 044 

    ส่วนไอ้นั้น  ป้ายรุ่น น้องรุ่น12เป็นคนทำ

     

    ส่วนตรงนี้

    SKR_JANG 022
    โดนไอ้เหมงบ่น   เดินผ่าน ก็ก้มมาดูขาเรา  โรคจิตชัดๆ
    มาบอกเราว่า “ขนหน้าแข้งเยอะมาก แถมน่องใหญ่กว่าอีก”
    แล้วชี้ให้ดูขาไอ้เหมงอีก ขนหน้าแข้งไม่มี แถมเรียวโครต พระเจ้า!!!

    หัวเหมงนี้ก็นะ…นักเลงโครต แกล้งเราตลอดเลย ฮึๆ จะจำไว้
    ในฐานะหัวเหมงผู้เซฟประตูบอลเชียร์ กระซวกมิตร ฮ่าๆ

    หลังจากประธานนักเรียนกล่าวเสร็จ  รุ่น11 ก็พากันเดินรอดซุ้มธงโรงเรียน มีน้องๆรอเราอยู่ อิอิ
    ขนาดต่อแถวท้ายๆ ก็มีน้องพยายามเดินมาทาแป้งกับเราเลย….เห้อ ขาวโพลน แต่ สนุกดี
    เพื่อนร่วมรุ่นในเชียร์ก็เกาะกลุ่มกันไป กระชากเรตติ้ง ฮ่าๆ  บุคนี้เยอะพอๆกับไอ้ปูนเลย ฮ่าๆ

    กว่าจะเดินหมด กว่าจะได้ก้าวเท้าออกจากโรงเรียนพร้อมกัน มันเป็นอะไรที่แบบ น้ำตาจะไหล
    ตอนที่เราก้าวเข้ามา ต่างคนต่างยื้อแย่ง พยายามเข้ามาให้ได้ แต่ตอนนี้ เราพร้อมใจนับ
    กอดคอ แล้วค่อยๆก้าวออกจากประตูโรงเรียน

    ในเสียววินาที่นั้น   “หมดเวลาแล้วซินะ…”

    เรารู้สึกว่าไม่มีใครเลย แต่ตอนนี้ ตอนที่เราต้องจบจากที่นี้ เรามีเพื่อนมากมาย
    มีคนที่อยากจะเดินร่วมทาง มีคนกอดคอ มีคนที่อยู่ด้วยกันมานานแสนนาน

    วันนี้ เราได้ก้าวเท้าออกพร้อมกัน มันพิเศษที่สุด

     

    แต่ว่า เราก้าวออกไปแล้ว มันคงมีสักวันใช่ไหม ที่รอเรากลับเจอกัน
    อยากให้คำสัญญา แต่มันก็ไม่สู้ “ใจ”เรา ที่รู้ใจของกันและกัน


    พอหลังงานเสร็จ ก็มีน้องๆมาบูมสวนฯ รู้สึกขนลุกดี พอบูมเสร็จ
    ก็จับไอ้ปูน ไอ้ประธานนร.ลงบ่อปลาหน้าโรงอาหาร
    ที่เหลือ ก็ค่อยๆโดนลากมาลงบ่อ ส่วนไอ้แบงค์นี้ทำแหวนรุ่นหาย แย่เลย 
    พอลงบ่อกันเสร็จ  ก็เตะบอลกันในชุมนุมเชียร์ฯ 

    มีเชี้ยแว่น(ตัวเดียวกับในรูป)ไปซื้อบอลกะ ขโมย+ขมขู่เจ้าของรถจักรยานไปเติมลมบอล 
    สนุกโครต  มีเชี้ยแว่นนั่งดูอย่างโค้ชทีมชาติ  บ้างโอกาสก็เชียร์ ร้องรีบรุก will win โอ้สวนฯ สือสารทางไกล
    แต่ส่วนใหญ่ดูความกากของผู้ชายในรุ่น และ ประณาม  ฮ่าๆ 
    คงเพราะความกากในฟุตบอลของประธาน เลยโดนทิ้งให้อยู่กับกลุ่มเด็กและสตรีมีเกาเป็นระยะๆ

    แต่ว่า ไม่น่าเชื่อ
    ฝ่ายชายล้วนแพ้ไป 5-6 ลูก  

     

    “บอลแพ้ คนไม่แพ้”

    จะว่าไปก็ไม่สนับสนุนความรุนแรงหรอก
    แต่ว่า

    “ วินนิ่ง ไหมสาดดดดดดดดดดดดดดด”



    รอศึกล้างตาก่อนเถอะ
    แล้วเอาเชี้ยแว่นลง ชนะชัวร์ ฮ่าๆ

     

    อภินันทนาการบอล…รุ่น11 สักวันจะกลับไปเล่น ^^
    (รุ่นกูมีปัญญาซื้อได้เท่านี้ …เชี้ยแบงค์บอก ฮ่าๆ)

     

     

    ชีวิตเรา มันเปลี่ยนแปลงและพัฒนาได้ก็เพราะมีเพื่อน และตัวเองที่ยอมรับความจริงจากเพื่อน
    เรารู้ว่า วันนี้ เราไม่มีเพื่อนๆแบบนี้ ชีวิตเราจะเป็นอย่างไร

     

    เราขอบใจนะ…สำหรับ ทุกๆสิ่ง

     

     

    …กว่าจะรักเท่าวันนี้…และ  ขอให้ฉันได้รักมากกว่านี้และตลอดไป

    February 10

    [144] เมื่อความรักช่างเป็นเหมือนอากาศ





    เมื่อความรักฉันเป็นเหมือนอากาศ
    ที่คอยเคียงข้างเทอเรื่อยไป

    …..

    ในเมื่อตัวฉันเอง ก้อไม่เคยมั่นใจ
    ว่าตัวเองจะดีได้มากมาย อย่างใจเธอต้องการ

    ….

     

    ไม่เคยรู้เลยใช่ไหม

    ว่า

    …ใครรักเธอ…



     


    กำลังทำตัวอินก่อนวันงานจากเหย้า... - -")

    [143] แค่…ร้องไห้ ง่ายไป

     



    ตอนเช้า เจอเรื่อง

     

    พ่อขับรถเข้าโรงเรียนตอน 8 โมงกว่าๆ วันนี้เป็นวันอังคาร ไม่น่าจะเจออาจารย์โหด
    แต่ เจออ.วิชุ กะ อ.ก๊อตชี้ ผีชีวะ และแล้ว เรื่องที่ไม่น่าจะเกิด ก็เกิด

     

    ทำเราบ่อน้ำตาแตก

    โดนยึดกระเป๋าจุฬาง่ะ!
    (เป็นลางเปล่าว่ะ….กู)
    ทั้งที่คนใช้กระเป๋าผิดมี 4 คน ยึด 2 คน

     

    เจ๊ดโด!!!
    ด๋อย~

    แล้วแบบเดินออกมาจากหน้าองค์พระ คือ น้ำตากูไหลแล้ว
    เพราะ 2คนที่เหลือ ก็เพื่อนในห้อง
    ถ้ากูพูด ก็เสียเพื่อน…ทำไมกูต้องร้องไห้คนเดียวล่ะ

    แต่ว่า กระเป๋าหนูอา

    …  
    แล้วก็โดนพูดเรื่องต่อผมที่ไปทำมา
    ตลอดเวลา 6 ปี หนูไว้ผมถูกระเบียบ สั้นเท่าติ่งหู
    แล้วเนี้ย แค่ เดือนนี้
    หนูแค่ไปต่อผม ซึ่งกฎของโรงเรียนก็ไว้ได้นิค่ะ ให้ไว้ยาว
    ที่ยอมเสียเงินไปทำก็เพื่อจะถ่ายรูปรับปริญญากับแม่หนู แค่ครั้งหนึ่งในชีวิต แม่กับหนู


    ทำไม อาจารย์บอก
    เดี๊ยวก็ไปตัด เดี๊ยวก็ไปต่อ

    พูดยังกะหนูเสียเงิน ไปทำเรื่องนี้บ่อยหรืออย่างไรค่ะ

    หนูเสียใจนะ

    คนอื่นเอาไปพูดยังงัยก็แล้วแต่ แต่หนูบริสุทธิ์ใจ แล้วนี้เป็นสิทธิ์ของหนูเช่นกัน

     

    ก็มานั่งในห้องเชียร์ สักพัก ปิงก็ถามว่าเป็นไร ก็เล่าไป น้องเจตก็มาถาม ก็บอกไป น้องบอกไปเอากระเป๋าได้นิ ถ้ามีกระเป๋าถูกระเบียบ ก็ลากออดไปเป็นเพื่อน เอากระเป๋าออดไป ฮ่าๆ(เริ่มมีหวัง) แต่ว่า อ.อีกคนบอกรอให้
    อ.การันต์มา (นึกว่าให้รอ อ. มนัส นี้กูหูแว่ว ปัญญานิ่มไปชั่วขณะ มั้ง ฮ่าๆ) แล้ว จะได้คืนไหม…

    มันก็ไม่แพงหรอกกระเป๋า  ใช้มา3 ปี เขียนจุฬาตัวโตๆ สียีนส์     ใช้ไปเข้าค่าย ไปเที่ยว ไปลั่ลล้า ไปติว
    แต่วันนี้กลับสูญเสียมันไป เพราะ ความไม่เป็นมาตราฐานของใจคน  กะว่าจะเอาถุงใสๆใบใหญ่ๆจากร้านลุงขายขนมนี้แหล่ะนี้ใช้ไปอีกวัน  เห้อๆ ก็ไม่อายหรอก   แต่  ทำไมต้องทำตัวงี่เง่า เรามึทางแก้ ไม่จำเป็นต้องทำแบบนี้

    เห้อ ขอให้เราลบความรู้สึกแบบนี้ไปให้ได้ทีเห้อ…แต่จะจำสิ่งที่ทำไว้ วันนี้



    วันนี้ป้าทำโทรศัพท์ แล้วให้เราโทรตาม แต่เราไม่มีเงิน เลยได้เงินมาเติมสะอย่างนั้น ฮ่าๆๆ
    ก็กะจะเติมแต่พลัดไปเรื่อยๆ เพราะไม่รู้จะโทรหาใคร ^^

     

    ไม่ใช่ว่าเราจะโชคร้ายทุกวันหรอก มันก็มีบ้างที่โชค ก็เข้าข้างเรานะ!


     

    ปล.1  นัดกันว่าจะเจอที่ฟิว 6 โมงเช้า จะไปรับหนังสือแบรน แล้วกลับเข้าโรงเรียน
    ส่วนคุณเธอ ที่เราสมัครให้ ก็โทรถาม ใช้ตู้โทร โทรจากโรงเรียน เสียไป 8 บาท คุยกี่นาทีไม่รู้
    เวลาอันแสนสั้นและดูไร้ความหมาย  สุดท้าย บอกว่าจะไปเอง  อืม…     

    ถ้าทำให้เธอได้บ้าง ก็ยอมทำให้ได้เสมอ   ไม่ใช่เพื่ออะไร แล้วไม่ใช่คนดี
    แต่ มันเป็นส่วนหนึ่งที่อยากทำให้เธอตลอดไป

    เหมือนอารมณ์ น้องเต้ย ทำเพื่อ น้องดิวแหล่ะมั้ง…แต่ไม่ยิ่งใหญ่ขนาดนั้น
    ส่วนเราก็ได้แต่มอง ห่างๆ…ดีใจแทน ที่น้องเค้าใช้เวลาพิสูจน์นาน และ มั่นคงดีนะ เป็นเรา คงใจอ่อนแล้ว
    เห้อๆ ใจอ่อน กับใจง่าย มันย้อนเข้าตัวเองว่ะ    …โอ้แม่เจ้า

    วันพฤ นี้ มีงานจากเหย้า
    รุ่นน้องทำป้ายกัน สีแรง สดใสดี แต่ยังไม่เสร็จ รอก่อน

    ปิง    “เราจะไม่มาวันจากเหย้านะ”
    แจง  “ทำไมไม่มาล่ะ?”
    ปิง    “…”

    แจง  “เผื่อ…มีคนมาบอก รัก …”
    ปิง    “แจง เมื่อเช้า       ไอ้ไก่ก็พูดประโยคนี้เป็ก!”

    นานแล้ว แต่ก็จำได้
    อีก 2 วัน จะเป็นวันจากเหย้า   รอน้องมาสารภาพรัก     อิ อิ กุหลาบนั้น ให้พี่หรือเปล่าจ๊ะ~
    =_= แต่ไม่ใช่ว่า ดันมีรุ่นเดียวกันมาบอก นี้กูเซ็งเลย

     

    ใครสักคน :    “แจง      ฉันรักแกว่ะ”
    แจง         :    “แกมาทำอะไรเอาป่านนี้"

    อีแจงสะบัดหน้าหนีก่อนจะวิ่ง    อีกคนนั้นดึงแขนแจงไว้     แจงค่อยๆแกะมือ  
    แล้วซูมมาที่หน้า น้ำตาหยด แมะๆ   เธอปล่อยมือฉันอย่างช้าๆ เสียววินาทีนั้น ตัดไปที่ภาพของเรา
    ส่วนที่เธอซ่อนไว้ โดยที่ฉันไม่เคยสัมผัส    แต่สุดท้าย  เธอก้าวออกมาจากที่ตรงนั้น ทุกอย่างตัดลง
    แจงวิ่งหนีหายไปท่ามกลางฝูงชนในงานจากเหย้า…

    ฮ่าๆ เจ๊ดโด    นางเอกชัดๆๆ
    ฮ่าได้อีก

    ไม่มีหรอกฮะ
    ผมรักเด็กม.เกษตรครับ…เย่อ~



    ปล.2  ถ้าไม่อยากเห็นอะไร ก็ไม่ควรไปดูใช่มะ
    รู้วิธี ไม่ให้แสดงชื่อเอ็มรอง ท้ายหน้าต่างMSNแล้ว  ดี จะได้ไม่ต้องไปสนใจ
    จะได้ไม่ต้องไปยุ่งกะเรื่องวุ่นวายบ้างเรื่องและบ้างคน  มันซ่อนได้ วันหลัง รีวิวให้ดู ฮ่าๆ  

    ปล.3  รู้วันเข้าค่าย พอคราวๆ ดีแหล่ะ กูจะได้หาเวลาไปบวชถูก - -“) เห้อ
    รู้สึกอยากบวช…แต่ยังไม่ได้ขอพ่อแม่