July 28
- โครงการส่งโปรเจกต์คิดดีครั้งที่ห้า
- สปสช งาน สุขภาพกาย จิต ที่ต้องไปรบกวนชีวิตคนอื่นและตัวเรา
- สอบกลางภาค สาม ตัว SWU112 SWU141 PSY112
- สอบราม โฮ้~
- ดูแลน้อง(-_-“ ฐานะศิษย์ที่ห่วงใยชุมนุมและรุ่นพี่ที่แสนจะหวงห่วง)
- หนังสือที่ยืมมาเป็นสิบ (เอาไปก่อกองฟืนบนเขียงนา)
วันนี้เจอพี่TA กวนอารมณ์
มานั่งข้างๆ เปิดหนังสือเขาโดยไม่ได้รับอนุญาติ
เพื่อนเรียกก็ไม่หัน
เราเลย
ถามพี่เขาว่า “โดดได้เปล่า”
พี่เขาเลยบอกว่า “โดดได้ ถ้าไม่กลัวเจ็บ”
เห็นหน้านิ่ง เดี๊ยวปัดเถอะ!
แต่ก็นะ ฉันไม่ใช่คนขี้กลัวย่ะ โดดไปแล้ว ฮ่าๆ
ชอบชีวิตมหาลัย ได้กินได้เที่ยว แต่ก็เบื่อมหาลัย ที่ไม่สนุกเท่าตอนมัธยมเลย
คิดถึงบ้าน
July 19
ในอารมณ์ตับม่านของประชาชีก็มีความรู้สึกขมขื่นกับคำว่า fail
ถ้าแหกปอดน้อยๆของข้าพเจ้าออกมาแล้ว จะพกคำว่า ปอดแหกสัดๆ
ความกลัว ความหวาดหวั่น ความหวั่นไหว ที่มายังกับซึนามิ
บัดนี้ กลายเป็นความผิดหวัง ก่อตัวเป็น “มนุษย์ผู้น่าถีบ”
ก้อนขี้ของความเบื่อหน่ายที่สุดในปฐภีโลกหล้านภาแอตแลกติกลอยเออล้นทั่วคอห่าน
หากจะมีมือเล็กๆของใคร เปิดประตูห้องน้ำแล้วไม่ทำหน้า “ยี้” เดินเข้าไปกดล้าง “ขี้” แม่งคงจะ “ดี”
แต่ความจริงของมนุษย์หัวเหม็น “แม่งเอ๊ยใครขี้แล้วไม่กด” สถบแล้วจากไปไม่ใยดี เพราะ ไม่ใช่บ้านมัน
มนุษย์หัวเหม็นได้แต่รอ รอ รอ อนิจจาพนักงานแม่บ้าน มาล้างขี้ ตามหน้าที่แล้วจากไป
ท่านผู้ขี้เป็นอนิจจัง~
วันนี้กะว่าจะไปอบรมตลาดหลักทรัพย์ นาฬิกาปลุก
ตีห้าสามห้า ปลุกสองตัวตีกันเหมือนกลองเพล ก็ตื่นแล้วกดปิด
แม่ง
หลับๆตื่น มึนๆหัว ตัวร้อน ปวดขาอีก
ดูนาฬิกาอีกที แปดโมง
เย็ด อบรมเก้าโมง อะไรของกูเนี้ย
ตัดสินใจ
อย่างที่บอกพ่อ (พ่อออนเอ็มดึกมาก ไม่อยากจะนินทาเลย)
จะกลับบ้านแล้ว ทั้งที่จริงๆอาทิตย์นี้ก็มีเรียนแต่ร่างกายจิตใจ
เจอแต่ความผิดหวัง
กลับไปซบครอบครัวสักพักดีกว่า
พ่อกะแม่โทรตามให้กลับบ้าน
พ่อกะแม่ถึงกับขับรถมาหาที่มหาลัย
ป้าก็เป็นห่วง
แต่งานกลุ่ม มีใครสนใจกูบ้างไหม งานโครงการที่กูเกือบต่อยอาจารย์
ซึ่งกูเปล่า มึงคงคิดว่าส่งงานยาเสพติดจะผ่านหรอ มันเป็นรีเสริชรายงานว่ะ
พวกมึงหัวเราะกูไหม
ตลกพ่อง!
ไหนจะเรื่องโครงการ เขียนๆนั่งแก้ พวกมึงๆกลับบ้านกันหรรษา
เขียนงบ ตัดแล้วตัดอีก ต้องให้อาจารย์ดูแล้วไปส่งโครงการโปรเจกต์คิดดี
ก่อนสามสิบนี้จะได้มีทุน ไม่ลำบาก(หรือลำบากว่ะ)
งานพาวเวอร์พอยอีก มาถามกูว่ามีไรช่วยไหม ก็บอกว่าไปถ่ายคลิปถามเพื่อนให้หน่อย
แม่งก็บอกไม่มีกล้อง อ่าๆ กูบอกว่ามือถือก็ได้ แม่งบอกไม่มี
ก็ว่าไม่เป็นไร ตามหารายชื่อเพื่อนที่ขาดดิยังไม่ได้เขียนลง
มาถามกู “ยากไปไหม มีง่ายกว่านี้เปล่า”
มึงไปตายอ่ะ ง่ายสุดตีนเลยจริงๆ
เชื่อกูนะ
แล้วเจอประเภทรับงานไปทำ ตามแล้ว ตามอีก จนกูรอมึงไม่ได้แล้ว
เออ ดีว่ะแม่ง (ไอ้คนเดียวกับที่หัวเราะกู)
งานส่งยี่สิบ จันทร์นี้
กูตะลุยเครียร์
นั่งอยู่มอ
โอ้
นอนหอคนเดียว
แต่ต้องบอกแม่ว่ามีเพื่อนนอนด้วย
แดกข้าวคนเดียว
แต่ต้องบอกว่าพ่อว่ามีๆเยอะแยะ
อาบน้ำคนเดียว
แต่บ้างวันก็ไม่กล้าเดินไปอาบห้องน้ำร่วม
เจอคนประเภทเหมือนจะยุให้แตกกันอีกตั้งหากในกลุ่ม
โครตอ่ะ ความรู้สึกผิดหวังฉิบ
แล้วที่มึงๆเป็นอยู่นี้เฟคทั้งหมดใช่ไหม
อยู่กับเราก็อีกคน อยู่กับคนอื่นก็อีกคน บอกว่าเกลียดๆ…
แล้วที่ทำตัวนี้มัน อะไรยังงัย หาพวกหรอว่ะ ตกลงกูต้องเข้าใจมึงๆให้หมดเลยชิมิ
ความรู้สึกเกลียดผู้หญิงเริ่มมาอีกแล้วอ่ะ
ไม่ใช่ทอม
(แม้ว่าจะไปตัดผมทรงเป้ เสลอมาก็เถอะนะ)
แต่ก็ยังมีความสุขกับการมองผู้ชายหอสองอยู่อ่ะนะ
ไม่เครียด แม่งถอดเสื้อ กางเกงไม่อายจริงอ่ะ
= = ก็ผู้ชายนิเนอะ
ความสุขเล็กๆน้อยๆพอทำให้ใจกระชุ่มกระช่วย
พอไหวๆ
อยู่ไกล สลัวๆ แม่งหล่อ ดูดี ทุกคนอ่ะ
ชวนน้องมามศวเยอะ มาอยู่หอหนึ่งกัน
น้องเพิ่งอกหักมาสบตากับหนุ่มๆหอหนึ่งกะพี่ดีกว่า~
น้องเขียนประโยคเดียวกับที่เราพูดกับ…
เหมือนจะกลายเป็นบทสวด ว่าไม่ให้ตัวเจ็บ
คนไร้หัวใจ
หัวใจมันหยุดเพื่อใครสักคนแล้ว
คงไม่ไปไหน
ชีวิต อยู่เพื่อครอบครัว
สรุป
เครียร์งาน โยนให้เพื่อนไปส่ง โยนให้แม่งไปปริ้นท์
โยนให้แม่งไปพรีเซ็น โยนให้ไปรึกษาอาจารย์กันเอง
อยากรู้เหมือนกันว่าตอนเขียนชื่อลงว่าทำหน้าที่อะไรในพาวเวอร์พอย
แม่งจะมีจิตกระตุกๆอะไรบ้างไหม
หนีไปอาทิตย์หนึ่ง นั่งสมาธิ สงบจิตอยู่บ้าน
ส่วนคะแนนที่ต้องเก็บทุกสัปดาห์
หายไปบ้างก็ได้มั้ง
สาดดดดด
July 15
กล่องหนึ่งกล่อง มีกล่องซ้อนอยู่
เปิดกล่องออกมา เอ๊ะ มีอีกกล่อง
เปิดอีกกล่องแล้วกัน อ๊า มีอีกกล่อง
เปิดอีกกล่องข้างในแล้วกัน อุ๊ มีอีกกล่อง
เปิดอีกกล่องข้างในข้างในอีกนิดละกัน อ้า มีอีกกล่อง
เริ่มเหนื่อย
ท้อแล้ว
เบื่อแล้ว
ไม่ไหวแล้ว
ไม่มีความหวังแล้ว
เลิก
ถ้ากล่องนี้เป็นเหมือนใจคน
แท้จริงแล้ว มันก็ไม่มีอะไรเลยจริงๆ
“ทำไมเธอไม่มา”
"ทำไมเธอไม่ทำตามเขา”
"ทำไมเธอไม่บอกฉัน”
"ทำไมเธอต้องไปก่อน”
"ทำไมเธอไม่รับผิดชอบ”
"ทำไมเธอต้องทำแบบนี้”
"ทำไมเธออยากได้มากฮะ สำคัญแค่ไหน”
"ทำไมต้องฟังพวกนั้น”
"ทำไมกัน”
เข้าใจจุดประสงค์ แต่เข้าใจคำถาม
การปล่อยให้หัวใจเหงา
โศกนาฎกรรม ห ม า ยินดีปรีดา จิตวิณญาณ เลว ดี ความรัก เชื้อโรค กัญชา ค ว า ม รั ก
รุ่นพี่ เขาใหญ่ รุ่นน้อง ค ว า ม รั ก หิ่งห้อย แววตา สากลโลก
วรนุช เ หี้ ย จรรโลงสังคม แมวน้ำ โรคสังคัง เหยี่ยว
ค ว า ม รั ก ร้องไห้ ขี้ฟัน โทรศัพท์ ตัวเลข ค ว า ม รั ก
…ทาส…
…ทาส…
ดาวิ : เราเลิกทาสสมัยร.๕ แต่ในความเป็นจริง เราก็ยังตกเป็นทาสเสมอๆ
แจจุง : ก็อะไรอ่ะ ที่มีอิทธิพลต่อคนจนทำให้คนไร้สติ นั้นก็เรียกว่า ทาส
ดาวิ : แล้วทำไมต้องยอมเป็นทาสให้มันบ่งการชีวิตเราอ่ะ
แจจุง : เพราะความไม่รู้งัย
กวัน : หรือเพราะ รู้
July 09
ถ้าคนเราเริ่มสนใจอะไรสักอย่างแล้วกูจริงจังจนออกนอกหน้า ก็หาว่ากูเครียด กูกดดันตัวเอง
สาดดดดดดดดดด พ่อแม่กูยังดูออกเลยว่ากูเป็นคนจริงจังไม่ได้เครียด
ไม่เข้าใจหรืองัยกับความจริงจัง กับ คำว่าเครียดดดดดดด
เครียดคือมึงคิดไม่เป็นระบบ มึงมีปัญหากับระเบียบ กับสิ่งที่มึงควรจะทำแต่มึงสับสน
มึงจะบ้า มึงหาทางออกไม่ได้ จะไปตาย อะไรประมาณนี้ที่เรียกว่า เครียด
ซึ่งกูว่า กูผ่านจุดที่คุณๆ เรียกว่าเครียดได้ในระดับหนึ่ง แต่แน่นอน ยังไม่ร้อยเต็ม
สำหรับ คำว่าจริงจัง คือ คนที่ทำอะไรมุ่งหวัง และรู้ว่ามีทางที่สำเร็จ
มีแผนในอนาคต มีเป้าหมายและความฝัน ทำไมไม่มองตรงนี้ฟร่ะ
ไปเพ่งว่า เฮ้ย ทำไมมึงช่างมีโลกที่กดดันตัวเองฉิบหาย หน้าเครียด กลัวอยู่ด้วยแล้วเครียด ฟร่ะพี่น้อง
คนจริงจัง มันก็ใช้ในเฉพาะที่ เฉพาะทาง ไม่ได้อะไรตลอดเวลา
กูไม่ได้แบกทุกๆเรื่องมาใส่ในกลุ่ม หรือ ทุกลมหายใจ หรือเจอหน้าคุณๆแล้วกูจะเครียด
เวลาขำกูก็ขำขี้แตก ให้เต้น ให้บ้า ให้อะไร กูก็ทำ ฉิบหายสนุกเมากันยับ คือ นั้นคือรีแลกซ์กูแล้ว
เวลาทำงาน WORK HARD, PLAY HARD นี้หลักๆกูเลย
ไม่ได้บอกว่าทำไมมึงๆ ต้องงี้ๆงันๆๆ สาดดดทำๆๆๆตามกูบอก เปล่าเลย
เสนอไป ง่าย ยอมรับ เราก็จบ ลงมือทำ ทำถึงไหนก็บอกปัญหาที่เกิดขึ้น แก้ได้ไหม แก้ไม่ได้ งันลองเปลี่ยนนะ
ส่วนคนไม่ทำ กูก็จำไว้ ว่าแม่งเป็นคนอะไรแบบนี้ right man for the job
วรนุช!!!
มองหลายๆด้าน
ชีวิตเราอยู่บนการเรียนรู้ ไม่ใช่การขีดฆ่า
ตีกรอบ ดรออิ้ง เขียนเอง นึกเอง บ้าเอง ตรัสรู้เองโดยชอบธรรม
คนเราจริงจังกับการเรียน เพราะ รู้จุดผิดพลาด นี้เรียกว่าเครียดหรือเปล่า
คนเราจริงจังกับความเป้าหมาย เพราะ รู้ว่าอนาคตติดใน “สนามแข่งหนู” นี้เรียกว่าเครียดหรือเปล่า
คนเราจริงจังกับการใช้เวลา เพราะ รู้เวลามันหาอะไรทดแทนไม่ได้ นี้เรียกว่าเครียดหรือเปล่า
คนเราจริงจังกับการรักษาบ้างอย่างไว้ เพราะ รู้ถึงการแตกดับในโลก นี้เรียกว่าเครียดหรือเปล่า
ยืดหยุ่น เหมือน
ลูกโปงไม่ใช่ เราใช้ถุง แน่นอนกว่า
สาดดดดดดดดด
นึกถึงบทความลูกโปงของน้อง
ถ้าเราเป่าๆแตกบ่อยๆ ลูกโปงก็จะบาง สักวันก็จะไม่มีเหลือ อยู่อย่างอันตราย
ถุงเราแน่นอนครับ ไม่รั่ว เหนียว ทดทานแรงเสียดสียิ่งกว่า
เพราะ รู้ว่า วันนี้ทุกๆอย่างที่ลงทุน มันมีค่าแค่ไหน
แม้กระทั้งการใช้ชีวิต
ถึงแม้วันนี้จะรู้ว่า กูเมายับ แต่เป้าหมายกูก็ยังตั้งอยู่ตรงนี้
มันไม่วิ่งไปไหน แต่เรานี้แหล่ะที่ขีดเส้นตีกรอบตัวเองให้เล็กลงไปเรื่อยๆ
คิดถึงแล้วมันเสียดายแทนคนอื่นจริงๆ
แค่วันนี้ เปิดอกคุย มุมมองของเราให้ อีกคนเห็น ก็รู้แบบ “เฮ้ย อาหร่ายหว้า”
คนๆหนึ่งเคยบอกว่า อย่าไปคิดมากกับข้อความ อะไรมากนั้น
บ้างอย่าง ถ้ามันมีอิทธิพลมากนั้นก็กำจัดมันไปสะบ้าง อย่าไปวิ่งตามความคิดของมนุษย์เยอะ
เพราะ ความคิด ก็แค่ส่วนหนึ่งของเหตุผลการจัดระเบียบอารมณ์ของคนเรา
ทุกข์ร้อนอยู่ที่ใจ วิ่งตามไป มีแต่เหนื่อย กับเหนื่อย
เคยหยุดมองใจตัวเองบ้างหรือเปล่า
น่าน โดน!
ไม่อยากให้มองว่า กูมีสาระ หรือ มึงไม่มีสาระ
แต่เพราะวันนี้ จุดหักเห จุดเปลี่ยน มันเกิดขึ้นกับเราไม่เหมือนกัน
ยอมรับเลย ชีวิตพลาด พลาดทำใครต่อใครเสียใจ ตั้งแต่เพื่อน จนถึง พ่อแม่
ถ้ารู้สิ่งที่พลาดแล้วปล่อยผ่านไป มันดีแล้วหรอ
ก็หลายอย่างเกี่ยวกับ ครอบครัว ความรู้ลำบาก สิ่งที่เป็นความทุกข์ น้ำตาของคนที่เรารัก มันสำคัญเหนือชีวิตเราด้วยซ้ำ
วันนี้จะไม่ยอม ไม่ยอมให้ครอบครัวต้องเจอมรสุม
วันนี้ถ้าจะล้ม ล้มลงในช่วงนี้ เอาให้เจ็บ เอาให้ดิ่งลงไป
แล้วพุ่งทะยานสู่จุดเสถียร จะไม่ยอมให้ใครเป็นอะไรทั้งนั้น
ยังน้อยก็รู้ว่า สิ่งที่เราทำก็ไม่ใช่เพื่อคนที่หาผลประโยชน์กับเรา ไม่หวังสิ่งใดๆจากเรา
จริงจังในเรื่องไหน มันไม่เครียดหรอก เครียดก็ออกไปทำไรสนุกๆ ตามประสาชีวิตเรา ตามอายุ
หู้ คนนะ ไม่ใช่หมาบ้านั่งมองขาคนแล้วอยากงับ น้ำลายยืดตลอดเวลา
ก็อยู่ที่มุมมองคนอื่น จะแคร์ดีไหม หรือสะบัดหัวไม่แคร์สื่อ ฮ่าๆๆ
หรือจะลองเปิด แย้บๆ ปล่อยหมัดไปที สองที ลุยออกหัวหรือก้อย
แต่ก็นะ ในความรู้สึก ลึกๆ
เอาหมัดกูไปต่อยสังเวียนจริงดีกว่า
เวทีใบลาน มันมีไว้กับคนตาบอด คนเป็นมวยก็เล่นขำๆแล้วกัน
ในมุมมองพี่ก็คงเป็นห่วง ชิมิ
ในมุมมองเพื่อน ก็คงมองแปลกๆอย่างนั้นไป
ในมุมมองพ่อ ลูกกูกำลังโต(หมายถึงสมองกะวุฒิภาะ ร่างกายนี้มันโตเป็นควายนานแล้ว)
ในมุมมองแม่ ไม่รู้ว่ะ ไม่ค่อยได้เปิดทัศนคติสักเท่าไร เพราะถามไร ก็ตอบอีกอย่าง ทั้งๆที่ไม่ได้ถามเรื่องนั้น
ถ้ามุมมองพวกนี้ มันไม่มีผลอะไรก็ ไม่เป็นไรมั้ง
ปล่อยๆไป
เครียดก็เล่นเกมส์ เมางาน เมาเอ็ม เมาfacebook วู้
บอกแล้ว “ฆ่าสาระ”
ฮ่าๆ
ปล. พรุ่งนี้จะสอบ ทำสรุปไม่เสร็จเลย นั่งเล่นเกมส์ในเฟคบุคทั้งคืน
ตื่นมาก็ซัดกาแฟ ขนม ไม่อ้วนก็ให้มันรู้ไป
ว่ะฮาฮ่าฮา
July 04
บ่ายสามครึ่ง วันที่ 4
โทรจัน สปายแวร์ เต็มเครื่องเลย
รูมเมทก็กลับ เพื่อนรูมเมทก็กลับ คนคุมหอก็กลับ
จะเหลืออยู่ ก็มีแต่เรา กับพี่ยาม
เที่ยง วันที่ 4
อาบน้ำ สดชื่นที่สุด บรรยากาศเงียบสัด ไฟกูก็ต้องเปิดเอง
ถ้าเครื่องซักผ้าในห้องน้ำปั่นเอง กูจะวิ่งไปทางไหนฟร่ะ
สิบเอ็ดโมง วันที่ 4
ถึงห้อง ต้องตกใจกับ
O[]O!!!
พอดูดีแล้ว จริงมันคือ
ซึ้งใจมากอ่ะ
ที่เป็นห่วง ถ้าเป็นรูมเมทห้องอื่นจะมีไหมเนี้ย
ก็อดไม่ได้ที่จะถ่ายรูปเก็บไว้
เดินมาที่โต๊ะ หันไปตู้เสื้อผ้า
มีอีก โอ้แม่เจ้า
ทุกคนก็เป็นห่วงเราอยู่น้า
อิอิ
เก้าโมงเช้า วันที่ 4
ส่งเพื่อนกลับราชบุรีที่อนุเสาวรีย์
ไหนๆก็ออกจากบ้านรุ่นพี่มาพร้อมกัน ดักขึ้นรถแท็กซี่มาอนุเสาวรีย์กลับหอ
ก็ไล่เพื่อนซื้อตั๋วเตรียมขึ้นรถตู้เรียบร้อย
ได้เวลากลับหอ องครักษ์ จุ๊บุ๊
เจ็ดโมงครึ่งวันที่ 4
ตื่นแล้ว กดตุ๊กตาพี่อู๋ซะแน่นเลย
ตัวใหญ่ดีแท้ ไม่เคยได้ตุ๊กตาจากผู้ชายมาก่อนเลยนะเนี้ย
ออกแนวจะเป็นตุ๊กตาตัวแรกในชีวิต นอกจากที่พ่อแม่จับฉลากมาได้
แอร์ที่บ้านพี่ลูกตาลก็หนาว แต่เพื่อนนอนกันเต็มห้องเลย อิอิ
เรานอนพื้น ปลายเตียงสะด้วย ดีน้าที่ไม่โดนใครเหยียบ
เห้อ แบตโทรศัพท์หมด
ตีหนึ่งครึ่ง วันที่ 4
น้ำลายหยดใสหนังสือสรุป ราม
แหกตาแล้วแหกตาอีก
ปากกาจิ้มวนๆที่เดิม
จะไปสอบอยู่แล้ว ตายแน่เลย โอ้ มาย ก็อต
นั้น พี่ลูกตาลเรียกไปนอนแล้ว
จบกัน วันนี้
ฉันแย่แน่เลย
ห้าทุ่ม วันที่3
ไม่คิดเลยว่าชีวิตจะมาเปลี่ยวกลางคืนอยู่หน้าคาร์ฟูแถวพระราม4
รอเพื่อนหนอ เพื่อน รอ
เอ๊ นั้นงัยมาแล้ว จะได้กลับสักที
นั่งแท็กซี่ไปพัฒนาการ อยู่ไหนก็ไม่รู้แหล่ะ ก็ตัดสินใจไปนอนบ้านพี่แล้วนิเนอะ
สามทุ่ม วันที่3
อิ่ม ชูซิ อิ่มชาบู ที่อยากกิน งัมๆ
ไม่คิด ไม่ฝันเลย จะได้อยู่ในสายตระกูลพี่ที่เราสุดปลื้ม

พี่โบ๊ท
โครตโปรโมทวงตัวเองเลย วงซูกัส เสนอค่ายสมอร์รูมอยู่
เอาว่ะ ถ้าดังจะได้โม้ให้รุ่นน้องฟังได้
สายตระกูลพี่หน้าตาดีทุกคน
ดูจากปู่เราดิน้อง
ฮ่าๆ
ดูลุงกันบ้าง
ลุงบู้ น่ารัก
แต่ไม่เท่าพี่โบ๊ท ฮ่าๆ
ลุงใจดี
คนนี้น่ารักสุดยอดในขั้วโลก
พี่อู๋ ทำตัวคล้ายๆพี่ซุปเค เลย
ใจดี เทคน้องดีมาก ดูแลเราตอนป่วย ให้ตุ๊กตาใหญ่มากกกกก
ส่วนพี่สายตระกูลผู้หญิง
มีพี่ลูกตาล พี่ลูกหว้า พี่โบวี่แต่พี่โบวี่ไม่ได้ไปกินด้วยกันเพราะแม่พี่โบวี่เสีย
(ส่วนรูปนั้นอย่าลงเลย ฮ่าๆ อายสภาพตัวเอง)
ส่วนเพื่อนเทค ต้องเมาท์ๆ
ได้อาร์ม กุล เบย์ ได้ผู้ชายเยอะสุดอ่ะ เจ๋งโครต
ตอนกินนี้สุด เพื่อนผู้หญิงนี้ก็ สุดๆ ดูเราจะกินน้อยกว่าใครๆ
อร่อยๆพอไหว เพราะไม่ได้จ่ายเอง
อาร์มสวย แอ๊บได้อีก
ใบข้าว อ้ำๆ
โต๊ะ ลุงๆป้าๆ และปู่โบ๊ท อิอิ

ตอนแรกกินดะ เริ่มมาถ่ายรูป สักพักเค้าบอกว่าห้ามถ่ายรูป
ฮ่าๆ ไม่มีไรเกิดขึ้นคะ ไม่มีไรเกิดขึ้น
สักพักพี่หันมาถาม เรากลับงัย
”อยุธยาพี่”
“ดึกแล้ว” พี่บอก
”กลับหอก็ได้พี่”
”หอไหน” พี่ถามต่อ
”หอองครักษ์พี่”
”เฮ้ย” พากันตกใจ
พี่ลูกตาล
“นอนบ้านพี่ม่ะ”
“โอเคพี่”
”แจง เล่นตัวอะไรยังงัยบ้าง ใจง่ายจริงๆ”
ทั้งหมดทั้งมวลเลยไปนอนบ้านพี่
ก็วางแผนไว้กินสักครึ่งชั่วโมงแล้วไปหอ ไม่ก็ดึกก็กลับบ้าน
ไม่คิดจะนอนบ้านพี่เลยจริงๆ กะว่าโทรไปหาพี่กวางไปนอนด้วยแต่พี่เขามีปาร์ตี้ถึงตีสองเลยไม่ได้ไป
ไอ้ปูนก็มะให้ไปนอนหอแล้ว ฐานะสวยเกินยั่ว ฮ่าๆ ก็พี่คุมหอเขามองไม่ดี ไม่ให้ก็ไป
หนึ่งโทรมา ตอนแรกรับ ตอนหลังไม่ได้รับ กะจะอ้อน ขอนอนที่บ้านสะแหล่ะ
นอนกรงแตงไท แตงโมก็ยังดี
หกโมงเย็น
โดนมนุษย์ไอคอนแซว “แค่นี้ร้องไห้ ขี้แง้อ่ะเรา”
เดี๊ยวมนุษย์ไอคอนเริ่มจูนภาษาคนได้บ้าง เริ่มพูดมาก เจอเรานิดก็บ่นเรื่องเรา
ไหนว่าเป็นผู้ชายไรก็ได้ ขี้บ่นกว่าเราอีก
แถมมาบอกอีก ของเราหมดที่แจงพอดีเลย
อยากได้อะไรก็บอกแล้วกัน ไม่เกินห้าสิบบาท
กูจะรู้ไหมว่าซื้ออะไรได้บ้างเนี้ย ก็บอกปัดๆไป คิดได้แล้วจะขอแล้วกัน
ก็น้า จริงๆจะไม่ร้องหรอก แต่ว่าเพื่อนทักแล้วมันกลั่นไว้ไม่อยู่
มันเป็นช่วงเวลาที่จี้จุดอ่อนมากอ่ะ สำหรับเรา
ไหนจะเครียด ไหนจะสับสน ถ้าไม่มีตระกูลจะเป็นงัยต่อ ปนกันๆ
แต่ก็โล่งร้องเสร็จพี่พาไปหาพี่ในตระกูล
ดีใจจัง
เจอเพื่อนเทค
เย้ๆ
บ่ายสาม
ส่งสมุดลายเซ็น เย้ง่ายจัง
ร้องเพลงอีก เพื่อนๆสนุกเนอะ
คิดโครงงานแผนงานเรียบร้อยแล้ว รอปั่นเอกสารส่งอาจารย์ อีกนิดนะ สู้ๆ
บอส พกตัวเม่นมาด้วย
บอสนี้หน้าคล้ายพ่อเรามากๆ อีกอย่าง
บอสทำงานเชียร์ ที่เทพสิรินทร์ รุ่น123 ตอนแรกก็คิดว่าโม้ หลอกเราแน่ๆเลย
แต่ที่ไหนได้ จริงๆด้วยแหะ หลอกถามงานกันไปกันมา ฮุๆ แต่ปีนี้จะเชียร์โรงเรียนไหนดีนะ ฮุๆ
เที่ยงครึ่ง
กลุ่มเรามาครบแล้ว
เย้ๆประสานมิตร กินข้าว
สี่โมงเช้า
ไหนหัวประธานรุ่นตูฟร่ะ แม่งหลับอยู่บ้านแน่ๆ บ้านใกล้แค่นี้
เก้าโมงเช้า
เฮ้ย เบิ้มนี้หว้า หล่อสัด ถอดเหล็กใส่รีเทนเดอร์
เรียนธุรกิจบัณฑิต
แปดโมงกว่าๆ
เฮ้ย รุ่นน้องเรานี้หว้า ก็เข้าไปคุย เฮฮา
ดาวนี้เสียงดังจริงๆ ฮ่าๆ
เจ็ดโมง
นั่งรอเพื่อนจนเหงือกแห้ง
การเรียนองครักษ์ก็ดีที่บรรยากาศ
แต่ก็ไกลมากกกกกกกกกกก
เดินทางเหนื่อยอีกวันแน่เรา
July 01
“หายไปไหนมา” ประโยคสั้นๆจากเจ๊เต้ย เจ๊เจ้าของร้านไอติมในพลาซ่า
ตึกใหม่เก๋ไก๋ของมหาวิทยาลัย คลองสิบหก จะว่าจริงๆ เราก็อยู่ที่นครนายก องครักษ์กัน
แล้วที่ว่าตึกใหม่ ใหม่จนน้ำปะปายังเข้าไม่ถึงเสียด้วยซ้ำ
มือซ้ายฉันจับลูก มือขวาถือไม้แบต สิ่งที่มีในหัวสมอง วูบ ไปสักพัก
ทุกๆในเสี้ยววินาทีนั้น แรงบ้างอย่างถูกส่งไปที่ไม้ กระทบตัวลูกแบต พุ่งตรงไปที่เจ๊
หายไปไหนตั้งแต่หลังวันเกิด 14 วัน
ชีวิตที่เคยมาทิ้งไว้
สองสัปดาห์ที่มองโลกเปลี่ยนไป
คำอวยพรวันเกิด
ความคิด
เป้าหมาย
พี่
เพื่อน
น้อง
สังคม
มหาวิทยาลัย
ชุมนุม
พ่อแม่ครอบครัว
แม้กระทั้งคนที่เรา รัก
แค่หลับตา ก็รู้สึกว่าตัวเองหยุดไม่ได้ หลายอย่างขับเคลื่อนไปกับผู้คน เราเสียความเป็นตัวเราไปหรือเปล่า
หรือ บ้างที่ชีวิตก็ต้องมีความคาบเกี่ยวกับคนอื่นด้วย
ฝนที่ตกลงมาไม่ทำให้ใจเย็นลงตามอากาศ ในหัวคิดเรื่องมากมาย โครงงาน การบ้าน
เพื่อนที่อยู่ด้วย รูมเมท การสอบราม หนังสือที่ต้องอ่าน เงินในกระเป๋า พ่อกะแม่
งานพี่เทค หนังที่นัดน้องไปดู ข้าวแต่ละมื้อ คนที่เดินผ่านมา คนที่เดินผ่านไป
ณ เวลานั้น
ถีบตัวและหัวใจ
มาหลบพักกินไอติม กับจักรยานคู่ยาก
จักรยานมันจะรู้กับเราไหม ว่าความหนักใจมันเท่าน้ำหนักที่ถีบมาด้วย มากขึ้นและมากขึ้น
เพราะวันนี้เราต้องพาเขา ไปให้ถึงจุดหมาย หรือ วันนี้เราให้เขารู้เป้าหมาย
พักใจให้ปล่อย
หยุดคิดกับตัวเอง อ่านหนังสือเงียบๆ
มีเวลาและผู้คนเดินผ่าน
เนินนานและไร้พันธะการ
ความจริงและความฝัน
มีอนาคตและอดีต
บทสรุป “ความว่างเปล่า”
ของการใช้ชีวิต
เจ๊เต้ยส่งลูกหยอด “เอ๊ย~”
ลูกตกลงพื้นอย่างน่าเสียดาย ฉันหยิบลูกพร้อมตั้งท่าจะเสริฟลูกพร้อมคำตอบนั้น
“ติดผู้ชายอยู่เพ่~”
ปล.1 พักใจ ก็ต้องเติมไฟรัก
ขำๆๆ กับเด็ก เด็กจริงๆ ไม่น้อยใจ แต่ก็ไม่โตสักที คราวก่อนก็รำคาญ คราวนี้ก็เช่นกัน
แต่ออกขำๆ เพราะคงไม่ตาม ปล่อยให้เวลาผ่านไปแบบนี้แหล่ะ สำคัญไม่สำคัญ
อยู่ที่เราตัดสิน ไม่ใช่เด็กคนนั้นอีกต่อไป วันนี้ยุ่งพอแล้วจริงๆ
ถ้ามานั่งคิดตามอารมณ์เรา แบบเก่าคงไม่หลุดจากอะไรบ้าๆนี้
มีเรื่องเจ๊ ก็ตอบงี้จริงๆ ขำๆ คนเรายุ่งเยอะแยะ พี่เขามีร้าน เฝ้าร้านยังเบื่อเลย ฮ่าๆ
ไปตีแบทก็หนุกดี เอาไว้ซื้อไปเล่นกับเพื่อน
ปล.2 มีแสกนลายนิ้วมือด้วย ตื่นเต้นดี ชอบๆ แต่เข้าหอไม่ได้นี้จะฮากว่า
ปล.3 อ่าน แปดสองสี่จบ ยังไม่ได้สรุป กะว่าจะทำขึ้นเว็ย
ปล.4 คิด คิดหนัก จบปริญญามาแต่ไม่ชอบอาชีพพวกนี้ จะเรียนทำไม
อยากไปเรียนการตลาด การบริหารมากกว่า เอิ๊กส์ๆ
ปล.5 ที่สวนกุหลาบฯรังสิต ปิด เพราะไข้หวัด ฮ่าๆ มหาลัยเราไม่ปิดว่ะ
ปล.6 หอเราชั้นสาม องค์ลง
ปล.7 ไม่เข้าใจหรอกความรัก แต่วันนี้จะประคองให้มั่นคง